หน้าแรก เศรษฐกิจ บาจา ทุ่มงบตล...

บาจา ทุ่มงบตลาด 4 เท่า ชิงตลาดรองเท้า หลังสัญญาณฟื้นตัวชัด เปิดตัวแอมบาสเดอร์คนแรก “เบลล่า” ดึงดูดใจคนทุกเจน

30.08.22 | 17:27 น.

นางสาววิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมรองเท้าในประเทศ ที่มีมูลค่าประมาณ 83,000 ล้านบาท กลับมาขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20% เนื่องจากมาตรการผ่อนคลายจากสถานการณ์โควิดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้เงินจับจ่ายซื้อของ โดยเฉพาะรองเท้า ซึ่งถือเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคซื้อน้อยมากช่วงก่อนหน้านี้ เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เริ่มกลับมา โรงเรียนเปิดเรียนตามปกติ ยอดซื้อรองเท้าจึงกลับมาเติบโตสูงมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กลุ่มบาจา ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามียอดขายเพิ่มขึ้น 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“แนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่น รองเท้า กระเป๋า ที่กำลังซื้อกลับมาเติบโตสูง จากการผ่อนคลายของสถานการณ์โควิด ทำให้คนเริ่มกลับมาทำกิจกรรมตามปกติ ต้องเข้าสังคม ไปทำงาน กำลังซื้อที่อัดอั้นในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาจึงกลับมา และเป็นโอกาสดีที่บาจาจะเร่งขยายตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนใหม่ ๆ มากขึ้น” นางสาววิลาสินีกล่าวและว่า จากทิศทางการตลาดที่มีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้บาจามีความมั่นใจในการนำสินค้าใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างเต็มที่ โดยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เตรียมทำการตลาดเชิงรุก ใช้งบประมาณการตลาดเพิ่มขึ้น 4 เท่า พร้อมเปิดตัวแอมบาสเดอร์คนแรก คือ “เบลล่า-ราณี แคมเปน” และ “ลี ฐานัฐพ์ โล่คุณสมบัติ” Friend of Bata รวมถึงจัดทำแคมเปญ Surprisingly Bata เพื่อตอกย้ำแบรนด์ดีเอ็นเอของบาจา เน้นความสบายอย่างมีสไตล์ Style with Comfort พร้อมสื่อสารไปถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือคนที่ไม่เคยสวมใส่บาจามาก่อน ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายของบาจา ทั้งรองเท้าสำหรับใส่ในชีวิตประจำวัน รองเท้าทำงาน รองเท้าสำหรับไปงานในโอกาสต่าง ๆ ตลอดจนรองเท้ากีฬา ที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกการใช้ชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน

“เลือก เบลล่า ราณี เป็นตัวแทนของผู้หญิง และลี ฐานัฐพ์ เป็นตัวแทนของผู้ชายในแบบบาจา ที่สวย-หล่อ มีสไตล์ มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่มีความเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดเวลา ช่วยสะท้อนแบรนด์ดีเอ็นเอของบาจาที่ว่า Style with Comfort สบายอย่างมีสไตล์ เพื่อสื่อสารไปถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ให้หันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของบาจาในทุกโอกาส ทุกช่วงของชีวิต” นางสาววิลาสินีกล่าวและว่า คาดหวังว่าจะผลักดันให้บาจาสามารถเติบโตขึ้นได้ถึง 65% และสามารถทำผลกำไรได้สูงกว่าก่อนเกิดโควิด ทั้งนี้ได้วางเป้า บาจา ก้าวไปสู่ผู้นำอันดับหนึ่งในวงการอุตสาหกรรมรองเท้าในประเทศไทย

Advertisement

นางสาววิลาสินี ถือเป็นผู้บริหารหญิงคนแรกของบาจา หลังจากขึ้นรับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บาจา แบรนด์รองเท้าที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 90 ปี ได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้วยการนำแบรนด์บาจาก้าวสู่แบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค โดยการถ่ายทอดผ่านการสื่อสารแบบใหม่ เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากฐานลูกค้าเก่าที่มีอยู่กว่า 2 ล้านคนในประเทศไทย และให้มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคุณแม่ และกลุ่มคน GEN X-Y ซึ่งเป็นแฟนของแบรนด์อย่างเหนียวแน่น