หน้าแรก เศรษฐกิจ 7เดือนแรกไฟเข...

7เดือนแรกไฟเขียวต่างชาติลงทุนไทยเพิ่ม 65% ญี่ปุ่นนำโด่ง พณ.ชี้ 3ปัจจัยหลักหนุนเงินทุนไหลเข้าไทย

31.08.22 | 14:31 น.

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว รายงานว่า 7 เดือนแรก 2565 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย 323 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 122 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 201 ราย โดยมีเงินลงทุน 73,635 ล้านบาท จ้างงานคนไทยกว่า 3,308 คน ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น 82 ราย เงินลงทุน 28,970 ล้านบาท สิงคโปร์ 58 ราย เงินลงทุน 10,568 ล้านบาท สหรัฐ 40 ราย เงินลงทุน 3,229 ล้านบาท ฮ่องกง 26 ราย เงินลงทุน 7,263 ล้านบาท และ จีน 14 ราย เงินลงทุน 14,662 ล้านบาท ทั้งนี้ เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 พบว่า อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 45 ราย คิดเป็น 16% ปี 2565 อนุญาตฯ 323 ราย ปี 2564 อนุญาต 278 ราย ขณะที่ เม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 28,925 ล้านบาท คิดเป็น 65% ปี 2565 ทุน 73,635 ล้านบาท ปี 2564 ทุน 44,710 ล้านบาท และจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 1,135 ราย คิดเป็น 52% ปี 2565 จ้างงาน 3,308 คน ปี 2564 จ้างงาน 2,173 คน โดยปี 2564 ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และ สหรัฐ เช่นเดียวกับปี 2565

ทั้งนี้ ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ
บริการออกแบบ ก่อสร้าง ติดตั้ง และตรวจสอบระบบกักเก็บพลังงาน สำหรับโครงการโรงผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานสำหรับสนามบินอู่ตะเภา บริการขุดเจาะปิโตรเลียม บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Electric Vehicle Charging Station) สำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำปรึกษา เชิงเทคนิคแบบครบวงจรในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ การช่วยเหลือด้านการออกแบบ การพัฒนา และทดสอบระบบ เป็นต้น บริการออกแบบด้านวิศวกรรม จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำยาอะคริลิก บริการให้ใช้แพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ สำหรับการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า และสั่งซื้อสินค้าและบริการ และบริการพัฒนาและให้บริการซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์และเชื่อมโยงเพื่อบริหารจัดการข้อมูล Big Data, Data Analytics

นายสินิตย์ กล่าวต่อว่า การลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ 7 เดือน 2565 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุน 59 ราย คิดเป็น 18% มีเงินลงทุนในพื้นที่อีอีซีกว่า 31,562 ล้านบาท คิดเป็น 43% โดยเป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น 26 ราย ลงทุน 20,500 ล้านบาท สิงคโปร์ 6 ราย ลงทุน 1,792 ล้านบาท และ สหรัฐ 5 ราย ลงทุน 1,074 ล้านบาท ธุรกิจที่ลงทุน อาทิ 1. บริการตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพการทำงานของเครื่องจักรชนิดหมุนโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยระบบคลาวด์ และเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ 2.บริการประกอบและติดตั้งชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และ3.บริการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์โทรคมนาคม เป็นต้น

” คาด 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ จะมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผลจากภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านต่างๆ รวมถึง เพิ่มการอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ” นายสินิตย์ กล่าว

ทั้งนี้ เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2565 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติ 39 รายมาประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดนธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่ บริการให้ใช้แพลตฟอร์มสำหรับให้คำปรึกษาทางการแพทย์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันบริการตรวจสอบแบตเตอรี่ที่ในกระบวนการผลิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด บริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล สำหรับการให้บริการแพลตฟอร์มจัดสรรเงินลงทุนในกองทุนรวม บริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ และตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ เป็น
###

Advertisement