เขื่อนเจ้าพระยา ปรับเพิ่มระบายน้ำ 1,800 – 2,000 ลบ.ม./วินาที เตือน 11 จว.เฝ้าระวังน้ำสูงขึ้น

1.09.22 | 09:57 น.

กรมชลประทานเล็งปรับเพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 4 ก.ย.นี้ พร้อมเตือน 11 จว. เฝ้าระวังน้ำสูงขึ้น

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน (ชป.)​ ในฐานะโฆษก ชป. เปิดเผยว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนาแน่น ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำไหลหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์น้ำ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม เวลา 06.00 น. ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,846 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที สมทบกับแม่น้ำสะแกกรังผ่านสถานีวัดน้ำ Ct.19 จ.อุทัยธานี วัดได้ 103 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ระดับบวก 15.89 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง​ (ม.รทก.)

นายทวีศักดิ์กล่าวอีกว่า ระดับท้ายบวก 13.46 ม.รทก. ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,678 ลบ.ม.ต่อวินาที คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ อยู่ระหว่าง 1,800-1,900 ลบ.ม.ต่อวินาที แม่น้ำสะแกกรัง สถานี Ct.19 อัตรา 100 ลบ.ม.ต่อวินาที และลำน้ำสาขาอัตรา 200 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณระหว่าง 2,100-2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที การรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งรวมจำนวน 200 ลบ.ม.ต่อวินาที

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ดำเนินการภายใต้เกณฑ์การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอนุญาตให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำไม่เกิน 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที แบบขั้นบันไดพร้อมทั้งบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณ การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพของพื้นที่เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร โดยปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2565 ในอัตรา 1,800-2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที

นายทวีศักดิ์กล่าวอีกว่า ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล และ ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน 0.40-0.50 เมตร ในช่วงวันที่ 5-6 กันยายน 2565 ทั้งนี้ หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้น ที่จะส่งผลให้ มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที แจ้งให้ทราบต่อไป

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำกรมชลประทานได้แจ้งเตือน 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

Advertisement