นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ผลการประชุม กนง. ครั้งที่ 7/2559 คณะกรรมการกนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ 7 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี เนื่องจากเห็นว่าการรักษาขีดความสามารถในการด่าเนินนโยบาย (โพลิซีสเปซ) ยังมีความสำคัญ เพราะในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง และความไม่แน่นอนของทิศทางการด่าเนินนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของประเทศอเศรษฐกิจหลักที่จะส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้น โดย กนง.พร้อมที่จะใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ภาวะการเงินโดยรวมเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ
นายจาตุรงค์ กล่าวว่า กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ต่อเนื่องในอัตราที่ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ก่อนหน้า ที่ 3.2% โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวดีกว่าคาด ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนโดยรวมยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ แม้ปรับดีขึ้นบ้างในบางอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออก แต่ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มชะลอลงจากมาตรการจัดระเบียบผู้ประกอบการธุรกิจน่าเที่ยว (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) ที่ผลกระทบอาจจะมากกว่าเดิมที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปีนี้จะลดลลง 2 แสนคน รวมทั้งกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวปีหน้าด้วย ด้านการบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัวได้แม้กิจกรรมบางประเภทอาจชะลอลงบ้างชั่วคราว ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนให้แก่เศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นแต่อาจกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าคาด ขึ้นอยู่กับกับราคาอาหารสด และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
“เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางของการฟื้นตัวแต่มีความเสี่ยงทั้งจากในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่คาดว่าจะน้อยกว่าประมาณการเดิม และมีความไม่แน่นอนที่สืบเนื่องจากพัฒนาการทางการเมืองในสหรัฐฯ และยุโรป นอกจากนี้ ปัญหาภาคการเงินในยุโรปและจีน ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด โดย กนง. จะมีการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้และปีหน้าใหม่ในการประชุม กนง. ครั้งสุด วันที่ 21 ธันวาคม 2559 นี้” นายจาตุรงค์กล่าว

