‘พิพัฒน์’ เดินหน้าเปิดผับตี4 พร้อมเก็บค่าเหยียบแผ่นดินแน่นอน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าแนวคิดเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. จากเดิม 02.00 น.นั้น ยืนยันในการเดินหน้าตามแนวคิดดังกล่าว ซึ่งคาดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้ จะสามารถนำเสนอเข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เพื่อพิจารณานำร่องกำหนดพื้นที่ หรือโซนนิ่ง ในการขยายเวลาดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มที่บางลา จังหวัดภูเก็ต ก่อนเป็นที่แรก เพื่อให้ทันในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ของไทยด้วย
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากได้ลงพื้นที่ถนนข้าวสาร จังหวัดกรุงเทพฯ แล้ว มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่ยังจังหวัดภูเก็ต และท่าเรือแหลมบาลีฮาย จังหวัดชลบุรี รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ใน 8 พื้นที่ที่กำหนด ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ชลบุรี(พัทยา) ประจวบคีรีขันธ์(หัวหิน) สมุย และเชียงใหม่ โดยประเมินว่าภายในเดือนกันยายนนี้ จะสามารถลงพื้นที่ได้ครบทั้งหมด จากนั้นมอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำการสำรวจความพร้อมของพื้นที่ทั้งหมด ก่อนจัดทำข้อมูลเสนอศบค.ต่อไป
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการเก็บจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวประเทศไทยจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ค่าเหยียบแผ่นดิน ยืนยันว่าประเทศไทยจะต้องมีการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินแน่นอน หลังจากที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ทำการศึกษาอัตราค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมแล้วเสร็จในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ ทั้งทางอากาศ และทางบก ก่อนทำประชาพิจารณ์ และสามารถเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมได้ต้นปี 2566 เพราะเป็นเวลาที่เหมาะสม โดยการเก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติจากทางอากาศ และทางบก จะไม่ใช่อัตราเดียวกัน เพราะทางบกจะถูกกว่า เนื่องจากมีจำนวนวันพำนักในไทยสั้นกว่า อัตราเสี่ยงลดลง จึงสามารถกำหนดการประกันอุบัติเหตุน้อยกว่าได้ อาทิ ทางอากาศ 30 วัน ทางบก 7 วัน ซึ่งอันนี้ถือเป็นวิทยาศาสตร์ในการศึกษาอยู่แล้ว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรามีเหตุผลรองรับที่ชัดเจนคือ ที่ผ่านมาทุกปีภาครัฐจะต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ในการรักษาพยาบาลนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาเที่ยวไทยแล้วเกิดอุบัติเหตุ ต้องเข้าพักรักษาตัว ซึ่งจากสถิติปี 2560-2562 (3 ปี) ต้องใช้ภาษีของคนไทยเฉลี่ย 200-300 ล้านบาท ในการช่วยรักษาพยาบาลนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้หลังจากเกิดโควิด-19 ระบาด ตัวเลขค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็ไม่ได้เก็บข้อมูลต่อ แต่เชื่อว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้น ค่ารักษาพยาบาลจะต้องมีเพิ่มขึ้นแน่นอน ทำให้หากเราไม่เก็บค่าธรรมเนียมนี้ จะนำเงินจากที่ใดมาเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งการเกิดอุบัติเหตุ และสูญเสียชีวิต
“ถามว่าถูกต้องหรือไม่กับการที่ต้องนำเงินภาษีของคนไทย มาดูแลรักษานักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะดีกว่าหรือไม่ หากให้ต่างชาติที่เข้ามาซื้อประกันไว้เบื้องต้น เพื่อให้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ก็สามารถใช้เงินเหล่านั้นมาดูแลตัวเองได้ โดยปัญหาการคัดค้านเก็บค่าธรรมเนียมนี้ ที่ผ่านมาเมื่อมีวิกฤตเกิดขึ้น เอกชนก็เรียกร้องให้เราจัดตั้งกองทุนเยียวยาให้ แต่เมื่อจะเก็บค่าธรรมเนียมและนำมาตั้งกองทุน ก็มาบอกไม่ให้ทำ ซึ่งในฐานะกระทรวง ไม่สามารถมองในมิติของผู้ประกอบการได้ แต่ถามว่าอยากช่วยผู้ประกอบการหรือไม่ ก็อยากจะช่วยแต่ที่ผ่านมาไม่มีงบประมาณจริงๆ” นายพิพัฒน์ กล่าว

