‘Bangkok Goals on BCG’ เป้าหมายฟื้นศก.เอเปคอย่างยั่งยืน

6.09.22 | 05:46 น.

‘Bangkok Goals on BCG’
เป้าหมายฟื้นศก.เอเปคอย่างยั่งยืน

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค (ซอม) ครั้งที่ 3 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 16-31 สิงหาคม ที่จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นการประชุมใหญ่ครั้งสำคัญก่อนที่จะนับถอยหลังไปสู่การประชุมผู้นำเอเปคในเดือนพฤศจิกายน เสร็จสิ้นไปแล้วอย่างดี โดยที่ประชุมได้มีการหารือเพื่อผลักดันประเด็นต่างๆ ให้เกิดความคืบหน้า ก่อนที่จะนำเสนอผลประชุมที่ทำกันมาตลอดปีให้ที่ประชุมผู้นำเอเปครับรองในอีกราว 2 เดือนครึ่งข้างหน้า

นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและประธานเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือกันถึงการจัดทำเอกสาร “เป้าหมายกรุงเทพภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว” หรือ “Bangkok Goals on BCG Economy” ซึ่งจะเป็นเอกสารที่จะมีการรับรองในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคปีนี้ เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของเอเปคในการก้าวไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและครอบคลุม

เพื่อเป็นการเน้นถึงย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมของสังคมทั้งหมดในฐานะที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจบีซีจีเดินหน้าไปได้อย่างแท้จริง ระหว่างการประชุมที่เชียงใหม่ในวันที่ 22 สิงหาคม ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมโต๊ะกลมว่าด้วยความร่วมมือสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเติบโตผ่านโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี โดยมีการรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเงิน รวมถึงภาควิชาการ และเยาวชน ให้มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จในการสร้างพันธมิตร และพลิกโฉมธุรกิจบนเส้นทางที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับวิธีการออกแบบนโยบายผสมผสานที่ถูกต้อง และทำให้เกิดระบบนิเวศที่สามารถช่วยเหลือธุรกิจให้เอาชนะความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านสู่ไปความยั่งยืนในทางปฏิบัติได้อย่างแท้จริง

นายธานีกล่าวว่า เพื่อให้มั่นใจว่าเป้าหมายกรุงเทพฯมีความเหมาะสมตามวัตถุประสงค์และสะท้อนความต้องการเฉพาะของเศรษฐกิจเอเปคทั้งหมด จึงได้มีการจัดประชุมขึ้นอีกครั้งในวันที่ 29 สิงหาคม เพื่อให้ผู้แทนเขตเศรษฐกิจต่างๆ ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างฉบับแก้ไข และนำความเห็นเหล่านี้ไปใช้ในการปรับปรุงร่างเอกสารเพิ่มเติม ก่อนที่จำเสนอให้ที่ประชุมผู้นำเอเปคให้การรับรองในเดือนพฤศจิกายนนี้ต่อไป

Advertisement

นายธานีกล่าวว่า การประชุมซอม 3 ถือว่ามีความคืบหน้าซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุผลสำเร็จภายใต้หัวข้อหลักของการประชุมเอเปคซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้คือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” หรือ “Open. Connect. Balance.”

๐ส่งเสริมการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนทุกกลุ่ม

ที่ประชุมซอม 3 ได้มีการสานต่อผลความสำเร็จจากที่ประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปคในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในประเด็นความตกลงเขตการค้าเสรีของเอเชีย-แปซิฟิก หรือ FTAAP ที่ได้มีการนำมาหารือใหม่ในบริบทยุคหลังโควิด-19 โดยเขตเศรษฐกิจเอเปคต่างมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการพัฒนาแผนงานที่ครอบคลุมการดำเนินการระยะหลายปีของ FTAAP เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีเอเปคในเดือนพฤศจิกายน

แผนงานดังกล่าวจะรวมถึงโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถ พุ่งเป้าไปที่การลดช่องว่างระหว่างสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคซึ่งมีระดับการพัฒนาที่หลากหลาย ผ่านการแบ่งปันความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในหัวข้อต่างๆ ภายใต้ 3 เสาหลักความร่วมมือ ประกอบด้วย การค้าการลงทุน นวัตกรรมและดิจิทัล และการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามวิสัยทัศน์ปุตราจายา 2040

ขณะที่แผนงานหลายปีของ FTAAP ดังกล่าวจะสร้างกรอบการทำงานระยะยาวสำหรับเอเปค ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในปีนี้

๐ส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ

ที่ประชุมเอเปคในปีนี้ได้มีการดำเนินการในหลายขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่าน APEC Safe Passage Taskforce เพื่อส่งเสริมการเดินทางข้ามพรมแดนและการเชื่อมต่อกันใหม่ในภูมิภาคให้เป็นไปด้วยความปลอดภัยและมีความต่อเนื่องต่อเนื่อง ฟื้นฟูการการเดินทางและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูมิภาคซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19

เขตเศรษฐกิจเอเปคได้หารือถึงการรับรองข้อเสนอการเดินทางที่ปลอดภัย รวมทั้งข้อริเริ่มของไทยในการสร้างพอร์ทัลข้อมูลการเดินทางของเอเปค ซึ่งจะเริ่มใช้งานได้ในเดือนกันยายนนี้ หลายเขตเศรษฐกิจซึ่งรวมถึงออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เปรู และสิงคโปร์ ยังได้วางแนวปฏิบัติภายใต้ “หลักการโดยสมัครใจเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันของใบรับรองการฉีดวัคซีน”

ที่ประชุมยังได้หารือกันความคิดริเริ่มใหม่และประเด็นต่อเนื่อง เช่น APEC Bussiness Travel Card (ABTC) ให้ครอบคลุมกลุ่มคนที่หลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึงการเดินทางข้ามพรมแดนที่ปลอดภัยสำหรับลูกเรือและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ แม้ว่าการทำงานของ APEC Safe Passage Taskforce จะสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่เอเปคจะยังคงทำงานร่วมกันต่อไปภายใต้กลไกที่เหมาะสม ในการจัดการกับความท้าทายต่างๆ และสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือกับโรคระบาดอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

๐ประชุมระดับรัฐมนตรี 4 สาขา

นอกจากการประชุมซอม 3 แล้ว ในช่วงเวลาเดียวกันยังมีการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเปค 4 ด้าน ประกอบด้วย รัฐมนตรีด้านท่องเที่ยว ป่าไม้ สาธารณสุข และความมั่นคงทางอาหาร โดยในระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีทั้งหมด ได้มีการเน้นย้ำถึงโมเดลเศรษฐกิจบีซีจีว่าเป็นวิธีที่จะช่วยจัดการกับปัญหาอันแตกต่างกันที่ทั้งภูมิภาคต้องเผชิญ

ในการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปค ได้มีการหารือเกี่ยวกับการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูมิภาค ด้วยการปฏิรูปแนวคิดเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมให้เกิดนโยบายการท่องเที่ยวที่มีความครอบคลุมและยั่งยืนมากขึ้น มีการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ขณะที่รัฐมนตรีด้านป่าไม้ได้ตอกย้ำว่า โมเดลเศรษฐกิจบีซีจีถือป็นยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่า และส่งเสริมธุรกิจที่ยั่งยืนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ทั้งยังมีส่วนช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ด้านรัฐมนตรีสาธารณสุขเอเปคเน้นย้ำถึงการสร้างสมดุลระหว่างนโยบายด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดในอนาคต รวมถึงภัยคุกคามด้านสุขภาพอื่นๆ ผ่านการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นในเรื่องความมั่นคงด้านสุขภาพ

ส่วนที่ประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงด้านอาหาร เน้นย้ำความเร่งด่วนสำหรับเอเปคในการเปลี่ยนแปลงระบบด้านการเกษตร-อาหารอย่างยั่งยืน เพื่อรับประกันถึงความสามารถในการดำรงชีพของเกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs)

ในหลายเดือนข้างหน้า ไทยยังจะเป็นเจ้าภาพประชุมระดับรัฐมนตรีเอเปคอีก 3 เวที ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าด้วยสตรี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการคลัง โดยการประชุมเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและเติบโตอย่างครอบคลุมด้วยการเสริมพลัง MSMEs และสตรี รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงการเงินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

นายธานีได้เน้นย้ำว่า ประเด็นท้าทายต่างๆ ที่เอเปคตั้งไว้แต่แรกเริ่มมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเกิดขึ้นของไวรัสสายพันธุ์ใหม่และภัยคุกคามด้านสุขภาพอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีความท้าทายทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงที่ปรากฎขึ้น รวมถึงการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ภัยคุกคามของความมั่นคงด้านอาหารและวิกฤตด้านพลังงาน

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่แน่นอนและส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็ย้ำเตือนเราให้เราต้องเดินหน้าไปตามแนวทางที่วางไว้ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม เอเปคต้องมุ่งมั่นเพื่ออนาคตที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ที่ซึ่งธุรกิจและผู้คนของเราสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและเตรียมพร้อมสำหรับการหยุดชะงักในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศยังได้ขอบคุณความร่วมมือจากนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และคณะ รวมถึงสำนักงานสงเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) สำหรับการต้อนรับและการให้การสนับสนุนที่ดี ที่ทำให้การประชุมซอม 3 เอเปค ซึ่งเป็นการประชุมที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี ด้วยการประชุมทั้งสิ้น 67 ประชุม มีผู้แทนจาก 21 เขตเศรษฐกิจเข้าร่วมถึงกว่า 1,800 คนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่เชียงใหม่เป็นแหล่งรวมองค์ความรู้และศูนย์กลางด้านนวัตกรรมของภาคเหนือของไทย ซึ่งมีเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพถึง 1 แสนราย ขณะที่กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นร่วมกับภาคธุรกิจท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ประเด็นที่แสดงให้เห็นว่า งานของเอเปคก็มีส่วนเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเชียงใหม่ด้วยเช่นกัน