ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีรัฐบาลสั่งการให้ อคส.รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 แสนตัน จากเกษตรกรโดยตรง เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นและราคาตกต่ำ ว่า กำลังระหว่างการเลือกคลังเก็บเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และสำรวจพื้นที่เพาะปลูกที่จะเข้าไปรับซื้อในภาคเหนือประมาณ 4-5 จังหวัด ส่วนราคาน่าจะใกล้เคียงตลาดกิโลกรัมละ 6-8 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพเมล็ดข้าวโพด และยังไม่มีการกำหนดว่ารับซื้อแล้วจะส่งออกทันทีหรือจัดเก็บไว้นานเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าน่าจะเก็บไว้ถึงต้นปีหน้า ค่อยทยอยระบาย โดยจะมีการนำเสนอแผนดำเนินการและของบประมาณจากประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ อคส.กำลังเตรียมแผนดำเนินการรับซื้อปาล์มดิบจากเกษตรกร ตามมติครม.ให้รับซื้อปริมาณ 1 แสนตัน เพื่อป้องกันราคาตกต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในการรับซื้อครั้งนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่จากเดิมจะผ่านผู้ประกอบการโรงสกัดและโรงกลั่น เป็นการรับซื้อโดยตรงจากเกษตรกร ซึ่งกำลังดำเนินการให้เกษตรกรเพาะปลูกปาล์มภาคใต้ได้ขึ้นทะเบียนกับอคส.เพื่อแสดงตัวตนและตรวจสอบปริมาณผลผลิต ก่อนเข้ารับซื้อในแต่ละพื้นที่ คาดว่าจะชัดเจนกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนนำเสนอ ครม. เห็นชอบต่อไป
ร.ต.อ.สุธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าระบายสินค้าเกษตรในสต๊อก ว่า อคส.กำลังเสนอคณะกรรมการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน อนุมัติระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในสต๊อกรัฐที่มีอยู่ 9.4 หมื่นตัน ใน 10 คลังสินค้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายการฝากเก็บเดือนละ 7 ล้านบาท และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หมดสภาพเพื่อให้คนบริโภคหรือเลี้ยงสัตว์แล้ว เพราะเป็นข้าวโพดตั้งแต่ปี 2551/52 สภาพเป็นก้อนดำ ซึ่งอาจเป็นการระบายเพื่อทำเชื้อเพลิงเอทานอลได้
สำหรับมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐประมาณ 3.3 แสนตัน ที่เก็บใน 61 คลัง ได้เปิดประมูลแล้วแบบเป็นการทั่วไป และเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม ซึ่งในส่วนของการระบายทั่วไปไม่มีปัญหาอยู่ระหว่างขนย้ายของผู้ชนะ แต่ในส่วนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม พบปัญหาเรื่องคุณภาพมันสำปะหลังไม่สามารถใช้เพื่อบริโภคหรือทำปุ๋ยได้ จึงต้องปรับเงื่อนไขให้ใช้ในการผลิตเอทานอลแทน การระบายครั้งนี้ทำให้รัฐประหยัดงบประมาณค่าจัดเก็บเดือนละ 50 ล้านบาท

