บีโอไอ ชี้นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นไทย ครึ่งปีหลังบิ๊กโปรเจ็กต์มาแน่ ดันคำขอลงทุนปีนี้ถึง 5 แสนล้านบาท
น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนไทยครึ่งหลังปี 2565 ว่า ภาพรวมการลงทุนไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนโดยเฉพาะต่างชาติยังเชื่อมั่นประเทศไทย แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแต่ไม่มีผลกระทบเพราะนโยบายการลงทุนประเทศยังเหมือนเดิม เชื่อว่ายอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนตลอดปีนี้จะถึง 5 แสนล้านบาท แม้ช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน 2565) จะมียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเข้ามากว่า 2 แสนล้านบาท ลดลงเล็กน้อยช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ช่วงครึ่งปีหลัง (กรกฎาคม-ธันวาคม 2565) คาดว่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจะเข้ามาไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาทแน่นอน เพราะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงกำลังทยอยยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน
น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่มาแรง อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนผ่านส่วนแพคเกจอีวี ที่ให้ส่วนลดรถนำเข้าและค่ายรถต้องลงทุนในปี 2567-68 ช่วงครึ่งปีแรกมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเข้ามาแล้ว 5 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมคำขอของค่ายรถยนต์ บีวายดี สัญชาติจีน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดบีโอไอ) ได้อนุมัติให้ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้อีกอุตสาหกรรมที่มีคำขอเข้ามาต่อเนื่อง คือ อุตสาหกรรมบีจีซี (เศรษฐชีวภาพ เศรษฐหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว) ที่ช่วงครึ่งปีมีคำขอเข้ามาแล้ว 7.9 หมื่นล้านบาท และคาดว่าตลอดปีนี้จะถึง 1.6 แสนล้านบาท โดยธุรกิจในกลุ่มบีซีจีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ครอบคลุมหลากหลายประเภทกิจการ ทุกขนาด โดยเฉพาะสตาร์ตอัพที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรม
“นอกจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่แสดงความสนใจยื่นคำขอการลงทุน ยังมีปัจจัยบวกจากบรรยากาศเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ขณะเดียวกันนักลงทุนก็กำลังจับตาต้นทุนพลังงาน ปัญหาเงินเฟ้อ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นทำเลที่มีเสถียรภาพ เพียงแต่เวลานี้จะต้องเร่งผลิตแรงงานศักยภาพสูง เพื่อรองรับเทคโนโลยีการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นักลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงไม่กังวลเพราะสามารถใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคนได้” น.ส.ดวงใจกล่าว
ข่าวน่าสนใจอื่น:

