เครือ LH ทุ่ม 1.5 หมื่นล้าน ยึดทำเลทองพัทยา-กทม. ผุดโรงแรมหรู ‘แกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์’
เมื่อวันที่ 8 กันยายน นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) บริษัทในเครือบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าและโรงแรม เปิดเผยว่า หลังจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทใช้เงินลงทุน 15,130 ล้านบาท ก่อสร้างโรงแรมใหม่เพิ่ม 4 แห่ง โดยเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2565 ได้เปิดบริการโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา มูลค่า 3,400 ล้านบาท เนื้อที่ 13 ไร่ เป็นอาคารสูง 27 ชั้น มีห้องพัก 490 ห้อง อาคารสันทนาการชั้นเดียว 10 อาคาร อาคารเครื่องเล่น 1 เครื่อง สระว่ายน้ำ 4 สระ และสวนน้ำขนาดใหญ่ จะรองรับทุกกลุ่มลูกค้า ซึ่งเป็นโครงการที่ 2 หลังเปิดแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ พัทยาที่ใช้เงินลงทุน 1,600 ล้านบาท และได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
ส่วนอีก 3 แห่งที่เหลือภายในปลายปี 2566 จะเปิดโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ มูลค่า 2,300 ล้านบาท เนื้อที่ 3 ไร่เศษ เป็นพื้นที่เช่าจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็นอาคารสูง 22 ชั้น 1 อาคาร ห้องพัก 399 ห้อง อาคารจอดรถสูง 8 ชั้น 1 อาคาร ในปี 2567 จะเปิดโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี มูลค่า 4,830 ล้านบาท มีเนื้อที่ 6 ไร่เศษ เป็นที่เช่า 30 ปี พัฒนาเป็นรูปแบบมิกซ์ยูส ประกอบด้วย โรงแรม 512 ห้อง อาคารสำนักงานให้เช่า 13,000 ตารางเมตร
นางสุวรรณากล่าวว่า และในต้นปี 2569 จะเปิดโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ราชดำริ 2 มูลค่า 4,600 ล้านบาท เนื้อที่ 3 ไร่เศษ เป็นพื้นที่เช่า 30 ปี จากสำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สิน วชิราวุธวิทยาลัย เป็นอาคารสูง 40 ชั้น จำนวน 509 ห้อง โดยมีห้องพัก ห้องจัดเลี้ยง ห้องอาหาร และห้องสัมมนา
ล่าสุดสำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สิน วชิราวุธวิทยาลัยส่งมอบพื้นที่ให้บริษัทแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างรื้อถอนอาคารเดิมคือศูนย์การค้าเพนนินซูล่า คาดว่าจะเริ่มสร้างไตรมาสที่ 2/2566 แล้วเสร็จปลายปี 2569 เปิดบริการต้นปี 2570 จะทำให้บริษัทมีโรงแรมในพอร์ตทั้งสิ้น 9 แห่ง จำนวนห้องพักกว่า 4,000 ห้อง
“ตอนนี้ธุรกิจโรงแรมเริ่มฟื้นตัว หลังเปิดประเทศทำให้อัตราเข้าพักเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 80-90% ทั้งในกรุงเทพฯและพัทยา มีทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติ เช่น ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง เอเชีย ญี่ปุ่น โดยต่างชาติจะนิยมเข้าพักที่กรุงเทพฯ ส่วนพัทยาส่วนใหญ่เป็นคนไทย เพราะตอนนี้ราคาค่าห้องเรายังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดโควิดประมาณ 10% ทำให้รายได้เราเริ่มดีขึ้น และคาดว่าไตรมาส 4 เป็นช่วงไฮซีซั่นจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอีก 1 ล้านคน เป็นแรงขับเคลื่อนทำให้ธุรกิจโรงแรมดีขึ้นไปถึงปี 2566 ส่วนค่าแรงขั้นต่ำที่จะปรับขึ้นนั้น มีผลกระทบบ้างในแง่ของต้นทุนการบริหารจัดการ แต่คงไม่มาก เพราะเราจ่ายเกินค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว และก็คงจะมีปรับค่าห้องพักขึ้นบ้างตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น” นางสุวรรณากล่าว

