หน้าแรก เศรษฐกิจ ค่าเงินบาททรง...

ค่าเงินบาททรงตัว-จับตาฟันด์โฟลว์ หลังนักลงทุนต่างชาติทยอยขายหุ้นไทยต่อเนื่อง

9.09.22 | 09:34 น.

ค่าเงินบาททรงตัว-จับตาฟันด์โฟลว์ หลังนักลงทุนต่างชาติทยอยขายหุ้นไทยต่อเนื่อง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.30-36.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท แม้เงินบาทจะพอได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากแนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ได้หนุนให้เงินยูโร สามารถทรงตัวเหนือระดับ 1.00 เหรียญสหรัฐต่อยูโรได้ แม้ท่าทีการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ยังหนุนเงินเหรียญสหรัฐอยู่นั้นก็เป็นปัจจัยที่กดดันไม่ให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้มากในระยะสั้นนี้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอปัจจัยใหม่ๆ โดยเฉพาะรายงานเงินเฟ้อสหรัฐในสัปดาห์หน้า ทำให้เงินบาทอาจแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบกว้างไปก่อน

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์ หลังนักลงทุนต่างชาติยังเดินหน้าทยอยขายหุ้นไทยต่อเนื่อง ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 6.5 พันล้านบาท และหากนักลงทุนต่างชาติยังไม่กลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยสุทธิ เงินบาทก็อาจแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้ยาก อย่างไรก็ตาม แรงขายหุ้นไทยจากนักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มชะลอลงได้ หลังเงินบาทส่งสัญญาณกลับตัวเป็นฝั่งแข็งค่าที่ชัดเจนมากขึ้น หลังจากเงินบาทเกิดสัญญาณที่บ่งบอกถึงความขัดแย้งของราคา (RSI) ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ 36.20-36.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงสั้นนี้

ทั้งนี้ ช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนของหลายปัจจัย อาทิ การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หรือ แนวโน้มเศรษฐกิจจีน ทำให้เราคงแนะนำให้ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ออฟชั่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Market) ระบุว่า ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36.30-36.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ดัชนีค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ขณะที่ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น หลังจากทางธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงการณ์ว่าจะยังคงเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย จนกว่าจะควบคุมปัญหาเงินเฟ้อได้ ตลาดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปอยู่ที่ 0.75% สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก หลังจากตัวเลขขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น

Advertisement