“จุรินทร์” มั่นใจ”อัญมณี-เครื่องประดับไทย “ดังไกลทั่วโลก ปลื้มงานแฟร์ 5 วันขายเกินเป้าเท่าตัว แตะ 3 พันล้าน
วันที่ 9 กันยายน ที่อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์และการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการงานแสดงอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 67 (Bangkok gems and Jewelry fair :BGJF 67th Edition)ว่า งานแสดงสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับ Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 67 ซึ่งเป็นการจัดงานอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกในรอบ 2 ปี ซึ่งอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย เผชิญความท้าทายต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สงครามการค้าสหรัฐ-จีน การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน การระบาดของโรคโควิด-19 จนถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนโลจิสติกส์ ที่ส่งผลกระทบกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการค้าโลกในปัจจุบัน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตนได้มอบนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรัดการส่งออกเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง
“โดยมีเป้าหมายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้า อัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก มุ่งเน้นรักษาตลาดเดิม เปิดตลาดใหม่ และฟื้นฟูตลาดเก่าที่เคยเป็นตลาดสำคัญ และใช้ยุทธศาสตร์การสร้างพันธมิตรในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับกับตลาดเป้าหมาย ด้วยการจัดทำมินิเอฟทีเอ ที่ลงลึกระดับเมือง/รัฐ/มณฑลที่มีศักยภาพ “
โดยที่ผ่านมา มินิเอฟทีเอ ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ กับเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของญี่ปุ่น เพื่อเสริมศักยภาพของกันและกันในการยกระดับอุตสาหกรรมของทั้ง 2 ประเทศร่วมกันผลการผลักดันการส่งออกเชิงรุกตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 29.8 ในปี 2564 ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ถึง 4 เท่า สามารถนำรายได้เข้าประเทศ 194,950 ล้านบาท และในปี 2565 ตั้งเป้าไว้ที่ 234,000 ล้านบาท ซึ่งช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ การส่งออกมีมูลค่าสูงถึง 149,842 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 50.64
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก เนื่องจากมีผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ที่อยู่ในอุตสาหกรรมถึงกว่าร้อยละ 90 มีการจ้างแรงงานในห่วงโซ่อุปทานถึงกว่า 664,000 คน นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังมีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ที่มีทั้งความเชี่ยวชาญด้านการผลิต ช่างฝีมือที่เปี่ยมด้วยทักษะและฝีมืออันประณีตในการคัดสรร การเจียระไน การขึ้นรูป รวมถึงการออกแบบ ซึ่งจากศักยภาพดังกล่าว รัฐบาลไทยจึงมีนโยบายส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก

งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair เป็นงานแสดงและเป็นเวทีการค้าสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยได้พบเจรจาการค้ากับผู้ซื้อจากทั่วโลก ในช่วงระยะเวลาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้มีการปรับรูปแบบการจัดงานสู่งานแสดงสินค้าเสมือนจริง ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายผ่านการจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์ครั้งละกว่า 500 ล้านบาท ในวันนี้ ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่งานแสดงสินค้า Bangkok Gems and Jewelry Fair สามารถกลับมาจัดงานได้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายที่มาร่วมงานในครั้งนี้ โดยมีผู้ประกอบการสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับมาจัดแสดงสินค้า จำนวน 1,020 บริษัท พื้นที่ 2,004 คูหา โดย Exhibitor มีจำนวนสูงกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ถึงร้อยละ 30 ในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 40 เป็นต่างชาติ
“การจัดงานในครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้ซื้อจากทั่วโลกเดินทางมาเจรจาการค้ามากกว่า 15,000 ราย คาดว่าจะมียอดการซื้อขายภายในงานสูงถึง 3,000 ล้านบาท จากเดิมคาดไว้ 1,500 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยส่งผลให้การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ร้อยละ 20 ตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งไว้”
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนขอแสดงความยินดีกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสถาบันวิจัยและพัฒนอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน ที่ร่วมผนึกกำลังกันจัดงานนี้จนประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ส่งผลให้งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ก้าวขึ้นมาเป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก

