บิ๊กป้อม ถกกพช. ทุบโต๊ะอุ้มน้ำมัน 4 ชนิดต่ออีก 2 ปี หลังปี 67 ราคาจ่อพุ่ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กพช. เห็นชอบชอบแผนการลดการจ่ายเงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ ในช่วงปีงบประมาณ 2566-67 หรือขยายออกไป 2 ปี จากเดิมครบกำหนดวันที่ 24 กันยายน 2565 เป็นวันที่ 24 กันยายน 2567 เพื่อส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิง เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ได้จัดทำแผนการลดการจ่ายเงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ พ.ศ. 2563-2565 แต่ไม่สามารถลดการจ่ายเงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตามแผนที่กำหนดไว้จากสถานการณ์โลกทั้งโควิดและราคาพลังงานพุ่งสูง ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่อง ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบทะลุ 1.2 แสนล้านบาท จึงจำเป็นต้องขยายเวลาการจ่ายเงินชดเชยให้แก่น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพไปอีก 2 ปี และหลังจากนี้จะเสนอแผนลดการจ่ายเงิน ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า มาตรการลดการจ่ายเงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพในช่วงปีงบประมาณ 2566-67 ประกอบด้วย 1.กลุ่มน้ำมันเบนซิน ให้ทยอยลดการจ่ายเงินชดเชยให้แก่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 และแก๊สโซฮอล์ อี85 จนไม่มีการชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงภายใน 2 ปี และหากจำเป็นต้องขยายกรอบระยะเวลาการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าว จะดำเนินการภายใต้กรอบที่กำหนดไว้ตามมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2562 คือ ต้องรักษาส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินพื้นฐานเพื่อให้ราคาขายปลีกจูงใจประชาชนใช้แทนน้ำมันทางเลือก 2.ให้กลุ่มน้ำมันดีเซล ทยอยลดการจ่ายเงินชดเชยให้แก่น้ำมันดีเซลบี10 และบี20 จนไม่มีการชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงภายใน 2 ปี และหากจำเป็นต้องขยายกรอบระยะเวลาการจ่ายเงินชดเชยต้องรักษาส่วนต่างราคาขายปลีกเช่นกัน
“ก่อนจะเริ่มดำเนินการตามแผนการลดการจ่ายเงินชดเชย ในส่วนของเบนซินจะต้องทราบน้ำมันพื้นฐานว่าเป็นชนิดใด ส่วนดีเซลจะเริ่มเมื่อกลับมาผสมบี100ต่างกันเช่นเดิม” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

