ค้าภายใน ร่วม ปคบ.-ผู้เลี้ยงสุกร ตั้งชุดเฉพาะกิจกวาดล้างโกงรับซื้อ กดน้ำหนักสูญ3-4หมื่นบ.ต่อครั้ง โชว์จับแล้ว 15 ราย จ่อจับอีกหลายราย
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน(คน.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) กรมปศุสัตว์ และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ ออกปราบปรามการฉ้อโกงน้ำหนักรับซื้อสุกร ผ่านรถเร่ หลากหลายรูปแบบ อาทิ เปลี่ยนตุ้มถ่วงสำหรับใช้อ่านน้ำหนัก หนุนตาชั่ง เหนี่ยวตาชั่ง ทำให้การชั่งน้ำหนักคลาดเคลื่อน หรือใช้กรงเบามาใส่หมูแล้วชั่ง แต่ก่อนจะชั่ง นำกรงหนัก มาชั่งให้เกษตรกรดูก่อน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่ชั่งจริงใช้กรงเบา ซึ่งการโกงทุกรูปแบบ ทำให้น้ำหนักขาดไป 20-30 กก. บางครั้งเกษตรกรเสียหายรายละ 30,000-40,000 บาท โดยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุม สามารถจับกุมผู้ที่ฉ้อโกงเกษตรกรได้แล้ว 15 ราย แจ้งความดำเนินคดีและส่งศาลพิจารณาพิพากษาไปแล้ว 2 คดี ลงโทษจำคุก 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา 1 ราย อีก 9 ราย จำคุก 6 เดือน ปรับ 2 หมื่นบาท แต่โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี ทั้งนี้ โทษการทำให้เครื่องชั่งแสดงค่าน้ำหนักเอาเปรียบประชาชนและใช้เครื่องชั่งที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบทางการค้า เป็นความผิดตามมาตรา 75 และมาตรา 79 แห่ง พ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 280,000 บาท และจำคุก 3 ปี และปรับ 120,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 มีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ได้มีการตรวจสอบมาตลอด ก็หายไปช่วงหนึ่ง แต่ขณะนี้พบว่ามีจำนวนการกระทำผิดเพิ่มขึ้น จึงได้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ ฝากถึงเกษตรกร หากพบเห็นพฤติกรรมฉวยโอกาสทางการค้า ขอให้แจ้งผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ สายด่วน ปคบ. 1132 โดยตั้งข้อสังเกต อาทิ ให้ราคารับซื้อสูงกว่าปกติ หรือ ชั่งน้ำหนักน้อยผิดปกติ ซึ่งจะมีชุดเฉพาะกิจร่วมกันรับเรื่องร้องเรียน และลงพื้นที่ตรวจสอบ รวมทั้งได้รับความร่วมมือฝ่ายปกครอง ประสานผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับเกษตรกร พื้นที่เฝ้าระวังส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน เพราะมีเกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก” นายวัฒนศักย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการเจอลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรและเครื่องใน แล้วนำออกจำหน่ายในราคาต่ำกว่าราคาในประเทศนั้น เรื่องนี้มีหน่วยงานดูแลโดยตรงแล้ว

นายวัฒนศักย์ กล่าวต่อว่า หลังได้อนุญาตให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 3 ยี่ห้อ ปรับราคาขายปลีก เพิ่มไม่เกิน 1 บาทต่อซองแล้ว ก็ยังเหลืออีก 2 ยี่ห้อ คือ นิสชินและซื่อสัตย์ อยู่ระหว่างการพิจารณาต้นทุน โดยยังไม่สามารถปรับราคาจำหน่ายปลีกได้ หากพบในท้องตลาดมีการปรับราคาสูงขึ้น ถือว่าเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ สั่งให้เจ้าหน้าที่กรมคงเข้มงวดกับการตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนในช่วงที่ค่าครองชีพยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งพบว่าสินค้าหลายรายการที่ก่อนหน้านี้ ราคาสูง เริ่มมีราคาลงแล้ว อาทิ น้ำมันปาล์มบรรจุขวด ราคาทยอยลดลงตามโครงสร้างต้นทุนราคาปาล์มดิบในตลาดโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดราคาน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ 33.00-33.50 บาทต่อกิโลกรัม รวมถึงยังให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบสกัดไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสของร้านค้าเข้าโครงการคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งพบร้านค้าธงฟ้าทำผิดแล้ว 122 ร้าน ซึ่งได้แจ้งกระทรวงการคลังตัดสิทธิเพิกถอนจากโครงการทันที
พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก. ปคบ. กล่าวเสริมว่า พฤติกรรมผู้กระทำผิด จะมีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน และสำรวจล่วงหน้า จนเหลือเฉพาะผู้สูงอายุอยู่บ้าน โดยจะนัดหมายวันเข้าซื้อ เสนอราคาให้สูงกว่าปกติกิโลกรัมละ 5-10 บาท แต่จะผิดนัดเวลา เพื่อไม่ให้มีคนเยอะมาช่วยกันตรวจสอบการขาย โดยให้ความสบายใจใช้เครื่องชั่งของเกษตรกรเอง แต่เวลาชั่ง จะมีหลายวิธีกลโกง อาทิ เหยียบตราชั่งให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดจับไปแล้วที่ จ.อุดรธานีและนครพนม และกำลังวางแผนจับกุมที่อื่นอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคาสุกรมีชวิต ราคาจำหน่ายหน้าฟาร์มผู้เลี้ยง ตรึงราคาไม่เกิน 100 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาปลายทาง พบว่า เนื้อหมูในห้างราคาเริ่มลง และมีการทำโปรโมชั่นมากขึ้น ขณะที่เนื้อหมูขายปลีกตามแผงหมูทั่วโป ยังมีราคาทรงตัวสูง 190-200 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยกลับมาเลี้ยงกันมากขึ้นหลังก่อนหน้านี้เจอโรคระบาด AFS ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพเริ่มกลับมาลวงอ้างเป็นพ่อค้า ออกตระเวนรับซื้อหมูจากเกษตรกรราคาต่ำแต่มาขายได้ราคาสูง พร้อมกับใช้กลโกงซื้อจากรายย่อย

