หน้าแรก เศรษฐกิจ ธพว.เผย ความเ...

ธพว.เผย ความเชื่อมเอสเอ็มอีไตรมาส 3/65 เพิ่มขึ้น ประชาชนใช้จ่าย-ท่องเที่ยวฟื้นตัว

9.09.22 | 16:01 น.

ธพว.เผย ความเชื่อมเอสเอ็มอีไตรมาส 3/65 เพิ่มขึ้นจากประชาชนใช้จ่าย-ท่องเที่ยวฟื้นตัว หนุนเอสเอ็มอี ปรับธุรกิจสู่ ‘บีซีจี’ ลดปัญหาต้นทุนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอี ดี แบงก์ ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ไตรมาสที่ 3 ปี 2565

นายมยุขพันธุ์ ไชยมั่นคง ผู้อำนวยการโครงการ ศูนย์วิจัยและให้คำรึกษาสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำนวน 500 ตัวอย่างทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรมนั้น ผลการสำรวจความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 อยู่ที่ 56.82 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 ในระดับ 56.00

ส่วนคาดการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตอีก 3 เดือนข้างหน้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 อยู่ที่ 63.19 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ปี 2565 ที่อยู่ที่ 62.91 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีภาพในเชิงบวกต่อในอนาคตข้างหน้า

ประเด็นที่ทำให้ผู้ประกอบเอสเอ็มอีมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น มาจาก 1.ภาคกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ผู้คนกล้าใช้จ่าย 22.6% 2.เรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น 15.80% 3.คำสั่งซื้อและลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 13.40% 4.การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ 8.00% และ 5.สถานการณ์โควิดคลี่คลายลง 6.40%

ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อระดับเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น พบว่า 97.60% ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต้นทุนค่าขนส่งและราคาวัตถุดิบ กำลังซื้อของลูกค้าลดลง ซึ่งที่ผ่านมากว่า 53.07% มีการปรับตัว ผ่านการขึ้นราคาสินค้าและบริการ ส่วน 36.48% บริหารจัดการลดต้นทุน ได้แก่ การหาวัตถุดิบอื่นมาทดแทน หรือหาซัพพลายเออร์รายใหม่ รวมถึงลดขนาดและปริมาณ และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ นำเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจ เป็นต้น

Advertisement

ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาระดับเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อันดับหนึ่ง คือตรึงราคาน้ำมันดีเซลและค่าสาธารณูปโภค รองลงมา คือการควบคุมราคาวัตถุดิบ และต้องการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม โดยผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่ต้องการเงินทุน เพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงภาวะเงินเฟ้อ ควบคู่กับการให้คำปรึกษาช่วยปรับปรุงลดต้นทุน หรือปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีแนวคิดนำ “บีซีจี โมเดล” มาใช้กับธุรกิจ เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตหรือบริการ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ลดการปล่อยของเสียหรือมลพิษ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีที่นำแนวคิด “บีซีจี โมเดล” มาปรับใช้กับธุรกิจยังมีสัดส่วนน้อย หรือมีเพียง 2.6% ของกลุ่มตัวอย่างเท่านั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาเพิ่มการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และประโยชน์ที่ได้รับจากการนำนโยบาย “บีซีจี โมเดล” ไปปรับใช้กับธุรกิจ และควรมีมาตรการเพื่อสนับสนุนให้กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีการนำนโยบาย “บีซีจี โมเดล” ไปปฏิบัติมากยิ่งขึ้น

นายโมกุล โปษยะพิสิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ในภาพรวมเรื่องของความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และปรับตัวดีขึ้น ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2565 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการฟื้นตัวของผู้ประกอบการยังคงเป็นไปอย่างเปราะบางอยู่ ซึ่งต้องมีการคอยติดตาม และสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง

ส่วนภาพรวมของการเรื่องการสนับสนุนนั้น เนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจกำลังกลับมาฟื้นตัว ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงมีความเชื่อมั่นในเรื่องการตลาด นำเอาแนวคิดต่างๆ ใหม่มาปรับปรุงธุรกิจ ซึ่งต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องต้นทุนในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อระดับสูง คงต้องมีการเข้าไปดูแลเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนให้ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เทรนธุรกิจ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือบีซีจี ก็เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์แห่งชาติ ในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจ ซึ่งหน่วยงานของรัฐได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ธพว.เองที่เป็นหนึ่งในสถานบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ก็จะขับเคลื่อนและให้ความสำคัญธุรกิจบีซีจีในทุกมิติ

ดังนั้น ธพว.ได้บูรณาการกับหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าและสภาหอการค้าไทย การนิคมอุตสาหกรรม สถาบันพลาสติก ร่วมกันดำเนินโครงการ “SME D Coach” จัดกิจกรรมเติมความรู้ และให้คำปรึกษาแนะนำธุรกิจจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นอกจากจะเข้าถึงแหล่งเงินทุนกับ ธพว.แล้ว ยังได้เข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้และสิทธประโยชน์ต่างๆ จากหน่วยงานพันธมิตรในเรื่องบีซีจีด้วย เพราะเชื่อว่าบีซีจีโมเดลจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคธุรกิจ

ทั้งนี้ ธพว.มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (บีซีจี โลน) เพื่อเติมเงินทุนให้กับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้เป็นไปตามบีซีจี โมเดล ให้วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท เงื่อนไขพิเศษดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี ผ่อนนานถึง 12 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 2 ปี