‘ดุสิตธานี’ แตกไลน์รุกธุรกิจอาหารเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าโต 15-20% ต่อปี ปักธงโกย 2,500 ล้านบาท

9.09.22 | 18:06 น.

ดุสิตธานีแตกไลน์รุกธุรกิจอาหารเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าโต 15-20% ต่อปี ปักธงโกย 2,500 ล้านบาท

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้วางกลยุทธ์ในการสร้างเส้นทางการเติบโตของธุรกิจในบริษัทไว้ 9 ปี ผ่านการขยายไปบนธุรกิจอื่นมากขึ้น อาทิ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจสถานศึกษา โดยกำหนดแผนในระยะ 9 ปี คือ แบ่งเป็น 3 ปีแรก ตั้งใจทำให้ฐานของบริษัทแข็งแรง 3 ปีที่สอง เป็นช่วงที่เริ่มเห็นการเจริญเติบโตของธุรกิจ และ 3 ปีท้าย จะเริ่มเห็นการนิวแชปเตอร์ของธุรกิจในเครือดุสิตธานี โดยโควิด-19 ที่เกิดระบาดในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจบางประเภทอาจต้องเลือกหยุดการดำเนินธุรกิจก่อนแต่บริษัทเลือกที่จะมองหาธุรกิจใหม่ที่จะช่วยให้บริษัทสามารถเดินหน้า และพร้อมรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต เป็นการเลือกหยุดในธุรกิจกลุ่มโรงแรมเท่านั้น ซึ่งธุรกิจที่เลือกเข้ามาเสริมภาพรวมของบริษัท เป็นธุรกิจสถานศึกษา และธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร ที่วางเป้าหมายรายได้ของธุรกิจในระยะ 5 ปี (2565-2570) อยู่ที่ 2,500 ล้านบาท การเติบโตเฉลี่ย 15-20% และกำหนดค่าใช้จ่ายในการลงทุนธุรกิจอาหาร 5 ปี ไม่เกิน 200 ล้านบาท แต่ไม่รวมการลงทุนใหม่อื่นๆ

นางศุภจีกล่าวว่า เราวางแผนไว้ว่า ในปี 2570 จะปรับสัดส่วนรายได้ของธุรกิจ เป็นจากโรงแรมมีสัดส่วน 90% เหลือ 60-65% อาหารขึ้นมาที่ 25-30% การศึกษา 7-8% และอื่นๆ 2-3% โดยหากพิจารณาจากปี 2561 บริษัทมีอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้) จำนวน 28 แห่ง ใน 7 ประเทศ เป็นเจ้าของเอง 10 แห่ง และบริหารอีก 18 แห่ง ส่วนในปี 2565 บริษัทมีพร็อพเพอร์ตี้ เพิ่มขึ้นเป็น 332 แห่ง แบ่งเป็นโรงแรม 47 แห่ง และวิลล่าอีก 285 แห่ง ในทั้งหมด 16 ประเทศ โดยการเข้ามาในธุรกิจอาหารแบบเต็มตัวนี้ มีเป้าหมายคือการ นำความเป็นไทย ไปสู่สากล โดยให้ความสำคัญทั้งในด้านต้นน้ำและปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจอาหาร อาทิ ความเป็นธรรมชาติ ความยั่งยืน และการสนับสนุนท้องถิ่น ทำให้ธุรกิจอาหารมีมูลค่าเพิ่ม และต่อยอดความร่วมมือไปกับพันธมิตรได้ อาทิ ร้านอาหาร KAUAI (คาวาอิ) ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านอาหารสุขภาพยอดนิยมจากประเทศแอฟริกาใต้ บองชู เบเกอรี่ เอเชีย ซึ่งเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ขนมเบเกอรี่บองชู (BONJOUR) และโรงงานผลิตเบเกอรี่ขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ดีและทันสมัยที่สุดที่นำเข้าจากประเทศชั้นนำในยุโรป ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง โดยปัจจุบันมีร้านแฟรนไชส์ขนมเบเกอรี่บองชู มีสาขาในประเทศไทยกว่า 60 แห่ง รวมถึงในประเทศจีนอีก 1 แห่ง ทำให้มองเห็นศักยภาพในการขยายสาขาไปในตลาดจีน และเวียดนามด้วย

เราไม่ได้ทะลุไปทำธุรกิจอื่นที่นอกเหนือหรือไม่เกี่ยวกับธุรกิจเมนหลักของเรา แต่มองหาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หรือสามารถขยายในด้านการให้บริการมากขึ้นได้ ไม่ใช่แค่การขยายในแง่ของจำนวนเท่านั้น ผ่านการสร้างความสมดุลในพอร์ตธุรกิจของบริษัทมากขึ้น อาทิ ธุรกิจโรงแรมที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัท ก็เพิ่มการให้บริการมากขึ้น ผ่านการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ความเป็นลักชัวรี่ มีวิลล่าแบบเป็นหลังๆ เพื่อให้มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งก็พบว่าพอมีโควิดและหลังโควิดคลายตัว วิลล่าขยายตัวได้มากขึ้น เพราะคนต้องการเที่ยวแบบเป็นส่วนตัว ไม่ได้อยากอยู่รวมกับคนหมู่มากแล้วนางศุภจีกล่าว