บ้านหรูเกิน 20 ล้านยังขายดี พบโตแบบก้าวกระโดด คาดครึ่งหลังปีนี้เปิดเพิ่มไม่ไม่ต่ำกว่า 700 ยูนิต
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดบ้านลักชูรี่ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา พบว่า เป็นตลาดที่เติบโตอย่างโดดเด่นและน่าจับตามอง ทุกโครงการที่อยู่ระหว่างการขายมียอดขายที่สูงขึ้นในแทบทุกทำเลและทุกประเภท โดยพบว่าหลายโครงการสามารถปิดการขาย 100% ในช่วงที่ผ่านมา และอีกหลายโครงการสามารถปิดการขายได้สูงกว่าเป้าที่วางไว้ทั้งยอดการขายและยอดการโอนกรรมสิทธิ์ ส่งผลให้ผู้พัฒนารายใหญ่หลายรายมีการปรับเพิ่มยอดขายจากเดิมที่เคยวางไว้ในช่วงต้นปี และยังคงเดินหน้ามองหาที่ดินสำหรับการนำพัฒนาโครงการแนวราบระดับลักชูรี่อย่างต่อเนื่องในครึ่งหลังของปี ซึ่งคอลลิเออร์ส คาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจมีอุปทานเปิดขายใหม่ของบ้านระดับนี้มากกว่า 750 ยูนิต มูลค่าการพัฒนารวมกว่า 35,000 ล้านบาท ส่งผลให้อุปทานเปิดขายใหม่ในปีนี้ปรับตัวสูงกว่า 1,000 ยูนิต เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
โดยพบว่าตลาดยังคงเป็นการแข่งขันกันอย่างดุเดือดของผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บมจ. เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่มากกว่า 5 โครงการ ด้วยยูนิตขายมากกว่า 250 ยูนิต ประกอบด้วย โครงการ เดอะ เจนทริ เกษตร – นวมินทร์ , แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ ปิ่นเกล้า , แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขุมวิท – ศรีนครินทร์, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา – เกษตรนวมินทร์ และโครงการเดอะ เจนทริ พัฒนาการ 2 บมจ. แสนสิริ มากกว่า 3 โครงการ ด้วยยูนิตขายรวมกว่า 160 ยูนิต และ บมจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มากกว่า 2 โครงการ ด้วยยูนิตขายมากกว่า 300 ยูนิต ส่งผลให้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ตลาดจะยังคงมีการแข่งขันที่ร้อนแรงและน่าจับตามองอย่างต่อเนื่อง
“ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอุปทานบ้านระดับลักชูรี่ในช่วงระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มอื่นและยังเป็นกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องของการเงิน ทั้งเรื่องเงินออมที่มีและเครดิตของตัวผู้กู้ที่มีเครดิตที่ดีในเรื่องการขอสินเชื่อ ซึ่งแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทยมองว่า ตลาดเซกเมนต์นี้ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ทำเลที่ตั้ง การเดินทางที่สะดวกสบาย รูปแบบโครงการ แบบบ้านที่มีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ ตลอดจนราคาที่สมเหตุสมผล เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการตัดสินใจซื้อของกลุ่มลูกค้าระดับนี้ และจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มีความพร้อมในการใช้จ่าย ตัดสินใจซื้อบ้านในช่วงที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการซื้อที่อยู่อาศัย”นายภัทรชัยกล่าว
ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า มีการเปิดตัวโครงการบ้านระดับลักชูรี่ในช่วงระดับราคาขาย 20 ล้านบาทขึ้นไป เปิดขายใหม่กว่า 4,127 ยูนิต ด้วยมูลค่าการพัฒนารวมกว่า 144,450 ล้านบาท ซึ่งคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจมีอุปทานเปิดขายใหม่ของบ้านระดับลักชูรี่ในระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปอย่างคึกคัก ผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดยังคงให้ความสนใจและเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่กันอย่างต่อเนื่อง เช่น บมจ. เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่มากกว่า 5 โครงการด้วยยูนิตขายมากกว่า 250 ยูนิตประกอบด้วยโครงการ เดอะ เจนทริ เกษตร – นวมินทร์ , แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ ปิ่นเกล้า , แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขุมวิท – ศรีนครินทร์, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา – เกษตรนวมินทร์ และโครงการเดอะ เจนทริ พัฒนาการ 2 บมจ. แสนสิริ มากกว่า 3 โครงการ ด้วยยูนิตขายรวมกว่า 160 ยูนิต และ บมจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มากกว่า 2 โครงการ มากกว่า 300 ยูนิต ส่งผลให้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ตลาดจะยังคงร้อนแรง ด้วย ยูนิตขายใหม่อีกมากกว่า 750 ยูนิต มูลค่าการพัฒนารวมกว่า 35,000 ล้านบาทเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้อุปทานเปิดขายใหม่ในปีนี้สูงกว่า 1,000 ยูนิตเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
ทั้งนี้บ้านระดับลักชูรี่ ในระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป เปิดขายมากขึ้นในพื้นที่รอบใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานครเพื่อตอบสนองกำลังซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่โดดเด่น และสามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย ผู้พัฒนาหลายรายจึงพัฒนาบ้านระดับลักชูรี่เพื่อมารองรับกำลังซื้อกลุ่มนี้ซึ่งก็ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีแม้จะเป็นช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี แต่กำลังซื้อกลุ่มนี้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเท่าใดนัก โดยโครงการที่เปิดขายส่วนใหญ่พบว่าร้อยละ 92.41 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวรองลงมาคือทาวน์เฮ้าส์ร้อยละ 4.34 และบ้านแฝดร้อยละ 1.97 ซึ่งคอลลิเออร์ส มองว่าตลาดบ้านเดี่ยวในช่วงระดับราคา 30-60 ล้านบาท ขนาดที่ดินในช่วง 100 – 180 ตารางวา และพื้นที่ใช้สอยประมาณ 600 -800 ตารางเมตร จะเป็นตลาดที่โดดเด่นและน่าจับตาเป็นอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่แม้แต่ในทำเลกรุงเทพมหานครชั้นในช่วงตั่งแต่สุขุมวิท 31-เอกมัย ซึ่งส่วนใหญ่ผู้พัฒนาหันมาพัฒนาโครงการบ้านหรูในซอย เป็นโครงการขนาดเล็ก เน้นพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวและ ทาวน์เฮ้าส์ จำนวนหน่วยขายแต่ละโครงการไม่เกิน 10 ยูนิต แต่เน้นรูปแบบที่โดดเด่นและทันสมัย บนทำเลไพร์มโลเคชั่น
จากอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายบ้านระดับลักชูรี่ที่ระดับราคาขาย 20 ล้านบาทขึ้นไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ สิ้นครึ่งแรกปีพ.ศ. 2565 ประมาณ 2,833 ยูนิต แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ร้อยละ 84.25 เป็นการพัฒนาโดยผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยพบว่าจากอุปทานทั้งหมดในตลาด บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น มีสัดส่วนในตลาดสูงที่สุดที่ประมาณร้อยละ 24.62 ของตลาด ตามมาด้วย บมจ.แสนสิริ ร้อยละ 22.34 และ บมจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่สัดส่วนร้อยละ 21.92 ซึ่งแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่าตลาดในช่วงครึ่งปีหลังและอนาคตจะยังคงเป็นตลาดแห่งการแข่งขันของผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดในการช่วงชิงกำลังซื้อ ด้วยทำเลที่ตั้ง ดีไซน์ที่โดดเด่นสะท้อนถึงเอกลักษณ์ และคุณภาพที่โดดเด่น จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของกลุ่มลูกค้า
สำหรับอัตราการขายเฉลี่ยรวมของโครงการบ้านระดับลักชูรี่ ที่ระดับราคาขาย 20 ล้านบาทขึ้นไป อยู่ที่ประมาณร้อยละ 57.64 หรือสามารถขายไปแล้วประมาณ 1,633 ยูนิต จากยูนิตขายทั้งหมด 2,833 ยูนิต เหลือยูนิตที่ยังรอการขายในตลาดอีกประมาณ 1,200 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าประมาณ 42,000 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจคือตลาดบ้านระดับลักชูรี่ ระดับราคาขาย 20 ล้านบาท ยังมีแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ซึ่งพบว่ายังคงมีผู้พัฒนารายใหญ่อีกหลายรายรอการพัฒนาโครงการใหม่อีกมากกว่า 750 ยูนิต ในหลายทำเลทั่วกรุงเทพมหานคร ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน พัฒนาการ พระราม 9 บางนา ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า หรือแม้กระทั่งย่านกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ เป็นต้น ซึ่งแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่าสำหรับเทรนด์ของบ้านระดับลักชูรี่สิ่งที่เป็นที่ดึงดูดใจลูกค้าเป็นสิ่งแรก คือ ทำเล ซึ่งต้องเป็นทำเลที่ดีโดยเฉพาะในพื้นที่ใจกลางเมือง หรือสามารถเชื่อต่อการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ต้องมีการพัฒนาฟังชั่นต่างๆ ที่สามารถตอบสนองกับ lifestyle ได้มากที่สุด บ้านระดับลักชูรี่ ถึงแม้ว่าแนวโน้มจะตั้งอยู่บนที่ดินที่มีขนาดเล็กลง เนื่องจากราคาที่ดินในกรุงเทพมหานครที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นแนวบ้านทรงสูงขึ้น แต่ยังมีฟังชั่นการใช้งานที่ครบครัน มีพื้นที่ใช้สอยที่มากพอ สำหรับกลุ่มบ้านในระดับราคาสูงลูกค้าส่วนใหญ่ที่มองหาบ้านในระดับนี้จะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้จะต้องการสิ่งที่ดีที่สุด ต้องการความแตกต่างและความโดดเด่น เป็นส่วนหนึ่งที่เสริมสร้างภาพลักษณ์ และยังมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

