หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยหนุนเปิดเจ...

ไทยหนุนเปิดเจรจา ‘เอฟทีเอเอเปค’ ขอมติเวทีประชุมผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจ พ.ย.นี้

12.09.22 | 14:17 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก) 21 เขตเศรษฐกิจ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นการเจรจาด้านต่างๆ ภายใต้ธีม “Open. Connect. Balance หรือเปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” รวมถึงจะหารือการเปิดเจรจาการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เอเปค ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่จะนำเสนอที่ประชุมผู้นำเอเปคในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565

นางอรมนกล่าวต่อว่า ในปี 2566 กรมยังเดินหน้าในกรอบการเจรจาเอฟทีเอและกรอบความร่วมมือทางการค้า (JTC) ทั้งนี้ วันที่ 30 สิงหาคม และ 1 กันยายนที่ผ่านมา ได้ประชุมคณะกรรมการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-แคนาดา (ACAFTA) ครั้งที่ 1 ผ่านระบบการประชุมทางไกล หารือภาพรวมการเจรจา โครงสร้างการเจรจา และวางแผนการเจรจาในอนาคต คาดว่าจะจัดประชุม 4 ครั้งต่อปี และตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาภายใน 2 ปี ซึ่งอาเซียนและแคนาดาได้ตั้งคณะทำงานเจรจากลุ่มย่อย 17 กลุ่ม เพื่อหารือลงในรายละเอียด อาทิ การค้าสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา การเยียวยาทางการค้า วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย เป็นต้น โดย 11 กลุ่มมีความคืบหน้าแล้ว เหลืออีก 6 กลุ่มอยู่ระหว่างหารือเดือนกันยายนนี้ โดยจะรายงานผลความคืบหน้าในการเจรจารอบต่อไปเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยครึ่งปีแรก 2565 การค้าระหว่างอาเซียนกับแคนาดา มีมูลค่า 1.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

นางอรมนกล่าวต่อว่า ล่าสุด จัดตั้งคณะกรรมการร่วมการค้า JTC ไทย-มองโกเลียครั้งแรก ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา อีกทั้งจะเร่งเดินหน้าหารือกับประเทศกลุ่มเป้าหมาย อาทิ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และอียิปต์ จัดตั้ง JTC ให้แล้วเสร็จภายในปี 2565-2566 ซึ่งปัจจุบันไทยมี JTC กับประเทศสมาชิกอาเซียน และเวทีหารือสองฝ่ายระหว่างระดับรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยกับคู่ค้า รวม 32 เวที เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐ สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร เป็นต้น โดยปีงบประมาณ 2566 ไทยมีแผนจะเป็นเจ้าภาพการประชุม JTC กับ 10 ประเทศคู่ค้า เช่น แอฟริกาใต้ มัลดีฟส์ อินเดีย อิสราเอล สิงคโปร์ กัมพูชา และอินโดนีเซีย เป็นต้น รวมทั้งเข้าร่วมการประชุม JTC ที่ประเทศคู่ค้าจะเป็นเจ้าภาพ เช่น บังกลาเทศ โมร็อกโก ภูฏาน และมาเลเซีย เป็นต้น

นางอรมนกล่าวต่อว่า โดยสรุปเวที JTC ที่มีอยู่แล้วในภูมิภาคแอฟริกา มีประมาณ 5 ประเทศ คือ โมร็อกโก ตูนิเซีย แอฟริกาใต้ โมซัมบิก และเคนยา ส่วนที่กำลังจัดตั้ง คือ อียิปต์ อย่างไรก็ดี โมร็อกโกและเคนยา ยังไม่เคยมีการจัดประชุมในระดับรัฐมนตรี กรมจึงอยู่ระหว่างหารือกับประเทศเหล่านั้น เพื่อจัดการประชุม JTC และทำแผนความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและแก้ปัญหาทางการค้าและการลงทุน ส่วนเวที JTC ที่มีในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีกับ 4 ประเทศ คือ อิรัก อิหร่าน บาห์เรน และอิสราเอล และที่กำลังจัดตั้งเพิ่ม คือ ซาอุดีอาระเบีย และ UAE

ทั้งนี้ ปี 2564 การค้าระหว่างไทยกับประเทศในภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลาง มีมูลค่า 43.94 พันล้านเหรียญสหรัฐ (1.40 ล้านล้านบาท) โดยเป็นการส่งออกจากไทย มูลค่า 15.87 พันล้านเหรียญสหรัฐ (0.5 ล้านล้านบาท) และไทยนำเข้า มูลค่า 28.07 พันล้านเหรียญสหรัฐ (0.9 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 46.32% จากปีก่อนหน้า คิดเป็น 8.15% ของการค้ารวมของไทย สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ข้าว เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ และเคมีภัณฑ์ สำหรับในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค.65 การค้ารวมมีมูลค่า 37.04 พันล้านเหรียญสหรัฐ (1.25 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 58.28%

Advertisement