ม.หอค้าไทย ประเมินน้ำท่วมขังสร้างความเสียหายไม่เกิน 1 หมื่นล้านต่อเดือน
เมื่อวันที่ 13 กันยายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในการสำรวจความเชื่อมั่นของหอการค้าไทย (ภาคเอกชน) พบว่า ผู้ประกอบการเสนอให้รัฐเร่งแก้ปัญหา ดังนี้ มาตรการป้องกันและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ อาทิ น้ำท่วม หรือน้ำป่าไหลหลากเข้าบ้านเรือนประชาชน รวมถึงออกมาตรการดูแลต้นทุนการผลิต และการดำเนินธุรกิจไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ซึ่งอาจส่งต่อยังประชาชนต่อไป มาตรการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศให้มีการขยายธุรกิจ เพื่อช่วยส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อีกทั้งหาแนวทางการบริหารจัดการน้ำในสภาวะฝนตกหนัก หรือภาวะน้ำท่วม การดูแลและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสทั้งจากไวรัสโควิด-19 และฝีดาษลิง ที่จะส่งผลเสียต่อการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันของประชาชน
นายธนวรรธน์กล่าวว่า หากดูจากสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้จะเป็นน้ำท่วมขังเพื่อรอระบาย ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินบางส่วน และความไม่สะดวกต่อการออกจากที่พักเพื่อไปซื้อสินค้า หรือกินเที่ยวในเวลากลางคืน ฉะนั้น ประเมินความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ 5,000-10,000 ล้านบาท กรณีน้ำท่วมขังไม่เกิน 1 เดือน แต่หากมีฝนตกหนักและพื้นที่เกษตรเสียหาย ความเสียหายก็จะมากขึ้น ต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมขังแบบรอระบายนี้จะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจมากนัก เพราะในช่วง 3 เดือนที่เหลือปีนี้ระบบเศรษฐกิจจะมีรายได้จากการเข้ามาท่องเที่ยวและใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท
“แม้เป็นน้ำท่วมขังเพื่อรอระบาย แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้นาน หรือพื้นที่วงกว้าง เพราะมีผลทางจิตวิทยาต่อการออกมาใช้จ่ายและกินเที่ยว ซึ่งการเปิดให้ธุรกิจกลางวันและกลางคืนกลับมาดำเนินการได้ปกติ ทำให้เกิดเงินสะพัดเกิน 50,000 ล้านบาทต่อเดือน อาจชะลอตัวหากคนรู้สึกไม่สบายใจที่จะออกจากบ้าน ” นายธนวรรธน์กล่าว

