ต้นทุนแพงสินค้าแห่ขึ้นราคา 11 หมวด รวม 936 รายการ เช็กเลย!
นายสมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Economic Intelligence Center (EIC) และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2565 เป็น 3.0% จากเดิม 2.9% และคาดว่าปี 2566 ขยายตัว 3.7% ตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและภาคบริการ และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยปีนี้ถึง 10.3 ล้านคน และ 28.3 ล้านคนในปี 2566
อย่างไรก็ตาม จากภาวะครองชีพสูงจึงปรับเพิ่มอัตราเงินเฟ้อปี 2565 เป็น 6.1% จากเดิม 5.9% และคาดว่าเงินเฟ้อจะปรับลดลงที่ 3.2% ในปี 2566 จากราคาพลังงานและอาหารอยู่ระดับสูง รวมถึงการส่งผ่านต้นทุนของผู้ผลิตไปสู่ราคาสินค้ากลุ่มอื่นมากขึ้น และคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ระดับ 2% ขณะที่การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
นายสมประวิณกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์เงินเฟ้อที่ผู้ประกอบการเตรียมทยอยปรับขึ้นราคาสินค้า เพื่อส่งผ่านภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง และค่าแรง แต่ระยะเวลาการส่งผ่านราคาในแต่ละหมวดสินค้าจะแตกต่างกัน โดยผลการสำรวจตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 – กรกฎาคม 2565 มีผู้ผลิต 116 บริษัท ยื่นขอปรับขึ้นราคาสินค้า 127 คร้ัง รวม 936 รายการ ใน 11 หมวดสินค้า ได้แก่ 1.หมวดกระดาษและผลิตภัณฑ์ 2.หมวดบริภัณฑ์ขนส่ง 3.หมวดปัจจัยทางการเกษตร 4.หมวดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 5.หมวดยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ 6.หมวดวัสดุก่อสร้าง 7.หมวดสินค้าเกษตรที่สาคัญ 8.หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค 9.หมวดอาหาร 10.หมวดอื่นๆ และ 11.หมวดบริการ แต่กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ให้มีการปรับราคาสินค้า ก่อนจะเร่ิมอนุญาตให้ทยอยปรับขึ้นราคาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
“การปรับราคาสินค้าก็ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจโดยรวมจากอุปสงค์ในประเทศลดลง เพราะค่าครองชีพสูงขึ้นจากเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวตามการปรับขึ้นราคาสินค้า และการปรับขึ้นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีรายได้น้อยเป็นหลัก” นายสมประวิณกล่าว
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการปรับขึ้นราคาสินค้าของผู้ประกอบการค้าปลีก ในระยะ 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และกำลังซื้อที่ลดลง ต้นทุนสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าส่วนใหญ่จะขึ้นราคาสินค้าอีกไม่เกิน 5% ขณะที่ราว 1 ใน 4 จะไม่ปรับขึ้นราคาแล้ว
ทั้งนี้ จากทิศทางเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง จึงคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามอย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อเนื่องจนถึงปีหน้า โดยปรับขึ้นดอกเบี้ยนอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในเดือนกันยายนและพฤศจิกายน สู่ระดับ 1.25% ณ สิ้นปี 2565 และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% สู่ระดับ 2% ณ สิ้นปี 2566 เพื่อให้นโยบายการเงินค่อยๆ กลับสู่ระดับที่เหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยระยะยาว

