หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.ขึ้นเวทีเ...

ททท.ขึ้นเวทีเสวนามติชน โชว์แผนโกย 1.7 ล้านล.

14.09.22 | 07:46 น.

ททท.ขึ้นเวทีเสวนามติชน โชว์แผนโกย 1.7 ล้านล.

เมื่อกล่าวถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน แม้จะเริ่มเข้าสู่การฟื้นตัวได้บ้างแล้ว จากการประเมินของทั้งหน่วยงานรัฐบาลและเอกชนต่างๆ แต่ก็ยังต้องเผชิญความเสี่ยงอีกหลายปัจจัย โดยเฉพาะปัจจัยต่างประเทศมีผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าไทยจะไม่ได้เข้าไปร่วมผสมโรงระหว่างต้นเหตุของปัจจัยเสี่ยงนั้นๆ ก็ตาม อาทิ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีน รวมถึงปัจจัยภาวะเงินเฟ้อ การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐ ทำให้เกิดความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

โดยประเทศไทยได้รับผลกระทบแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากปัจจัยเสี่ยงภายนอกเหล่านี้ สะท้อนได้จากราคาพลังงานที่ทรงตัวสูงต่อเนื่อง ทำให้สินค้าและบริการทยอยปรับราคาขึ้น จนติดแฮชแท็กแพงทั้งแผ่นดิน แม้คนบางกลุ่มที่ให้การประเมินว่าสถานการณ์ราคาของที่แพงขึ้นนั้น เป็นเพราะมีความต้องการ (ดีมานด์) มากขึ้น หลังจากหยุดชะงักไปกว่า 2 ปี ในช่วงการระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา

สะท้อนถึงเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นได้แบบชัดเจน บวกกับความพิเศษของประเทศไทยคือ มีโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพารายได้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะ 2 เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก ทั้งภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว นับตั้งแต่ต้นปี 2565 เห็นการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังรัฐบาลได้ปลดล็อกเงื่อนไขการเข้าประเทศ และเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อสถานการณ์มีทั้งปัจจัยบวกและลบแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

หนังสือพิมพ์มติชนได้จัดเวทีสัมมนา ท้าชน PERFECT STORM ทางรอดเศรษฐกิจไทย เพื่อระดมความรู้ทางนโยบาย ทรรศนะและความคิดเห็น จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้รู้ในสายงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยเสริมสร้างให้เกิดโอกาสใหม่ ในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางที่เข้มแข็งกว่าเดิม เพื่อประโยชน์ของประเทศและสังคมประชาชนไทย วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 2565 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องรอยัลมณียา บอลรูม ชั้น M โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ

Advertisement

โดยเริ่มเปิดให้ผู้สนใจเข้าลงทะเบียนผ่านคิวอาร์โค้ด bit.ly/3cJz1Z9 งานนี้ได้รับเกียรติจาก “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ท่องเที่ยวไทยท้าชน PERFECT STORM” พร้อมด้วย “กฤษณ์ จันทโนทก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษหัวข้อ “โอกาส ทางรอด เศรษฐกิจไทย” และ “เศรษฐา ทวีสิน” ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษหัวข้อ “จับทิศเศรษฐกิจ-สังคมไทย” ในพายุวิกฤต

รวมถึงเสวนาพิเศษ “Thailand New Chapter 2023” จากผู้ทรงคุณวุฒิอีก 3 ท่าน นำโดย “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ “สิทธิกร ดิเรกสุนทร” กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมด้วย “พสุ ลิปตพัลลภ” กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) พร้อมทั้งรับฟังมุมมองในการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไทย จากหน่วยงานหลักอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

นำโดย “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการ ททท. ที่ระบุว่า ททท.เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีภารกิจในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย รับผิดชอบด้านการตลาดโดยเฉพาะการส่งเสริมชักชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยให้เที่ยวไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างเติบโตและต่อเนื่อง ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เจริญก้าวหน้า เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้เจริญเติบโต หรือพูดง่ายๆ คือ ททท.มีความรับผิดชอบงานด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประเทศไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา และกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเที่ยวไทย เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภาพรวม

 

โดยกำหนดทิศทางการตลาดให้สอดคล้องกับแผนวิสาหกิจองค์กร ททท. พ.ศ.2566-2570 ภายใต้วิสัยทัศน์ “ททท. เป็นผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยในการสร้างประสบการณ์ทรงคุณค่ามุ่งสู่ความยั่งยืน” ซึ่งเตรียมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูในทุกมิติ ตาม 3 วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1.Drive Demand มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน 2.Shape Supply สร้างคุณค่าและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผ่านการสร้างระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวใหม่ และ 3.Thrive for Excellence ยกระดับองค์กรสู่องค์กรสมรรถนะสูง มุ่งสู่การเป็น Data Driven Organization เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาด สู่หมุดหมายของการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนผ่านสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูงอย่างแท้จริง

ททท.ได้แบ่งการเตรียมพร้อมขับเคลื่อนตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านกลยุทธ์ 2Q และ 5 News คือ Quick Win ด้วยการฟื้นคืนฐานตลาดกลุ่มกระแสหลัก เจาะกลุ่มคุณภาพ กระตุ้นกลุ่ม Revisit และ Quality มุ่งเพิ่มจำนวน ความถี่ และกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มความสนใจพิเศษ อาทิ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม ส่วน 5 News ได้แก่ 1.New segment เจาะกลุ่มตลาดศักยภาพกลุ่มใหม่ๆ ที่มีแนวโน้มเติบโต 2.New area เจาะพื้นที่ตลาดใหม่ 3.New partner ร่วมมือกับคู่ค้าพันธมิตรรายใหม่ 4.New infrastructure ใช้ประโยชน์จากการคมนาคมรูปแบบใหม่ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และ 5.New way เสนอการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ชูเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการส่งเสริมการตลาดตอกย้ำความเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และผลักดันการเพิ่มโอกาสในการเดินทาง เข้าถึง ประเทศไทยทั้งการเดินทางทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

สำหรับตลาดในประเทศ ททท.จะกระตุ้นความต้องการเดินทางของคนไทย ผ่านแคมเปญสื่อสาร “เที่ยวเมืองไทย อะเมซิ่ง ยิ่งกว่าเดิม” ต่อยอดทิศทางส่งเสริมตลาดทั้ง 5 ภาค เน้นพาเที่ยวเมืองไทยอย่างอบอุ่น เสนอแคมเปญ “365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย…เที่ยวได้ทุกวัน” ชูความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ของแต่ละภาค ได้แก่ ภาคเหนือ เสิร์ฟประสบการณ์ท่องเที่ยวสัมผัส “เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ” กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภายในภูมิภาค เจาะกลุ่มครอบครัวที่มีหลายช่วงวัย ควบคู่กับการสร้างกระแสการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเพื่อสร้างสมดุลทางการท่องเที่ยวทั้งในปัจจุบัน และอนาคตด้วย โดยในปี 2566 ททท.ตั้งเป้าหมายฟื้นภาคการท่องเที่ยวในแง่ของรายได้ กลับคืนมา 80% เทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ที่มีรายได้รวมประมาณ 3 ล้านล้านบาท

โดยทั้งปี 2566 คาดการณ์รายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 1.73 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากต่างประเทศ 970,000 ล้านบาท และรายได้หมุนเวียนจากตลาดคนไทย 760,000 ล้านบาท สำหรับความเป็นไปได้ แน่นอนย่อมขึ้นอยู่กับแรงส่งในปีนี้ว่าจะมีมากพอ ถึงขั้นทำให้ทะลุเป้าหมายหรือไม่