‘ศักดิ์สยาม’ ยันประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มตัดสินผู้ชนะจากทุกข้อเสนอ ชี้ราคาไม่ใช่ตัวชี้วัดหลัก
เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส หนึ่งในผู้ยื่นข้อเสนอประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ได้เปิดเผยข้อเสนอด้านราคาและพบว่ามีราคาต่ำกว่าผู้ยื่นข้อเสนอประมูลโครงการในครั้งที่ 2 นั้น เรื่องนี้กระทรวงไม่มีความเห็น เพราะการประมูลโครงการนี้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ซึ่งมีตัวแทนจากหลายหน่วยงาน ดังนั้นเชื่อว่าการประมูลโครงการมีการศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนมาอยู่แล้ว
“เรื่องนี้คงต้องไปดูว่าเอกสารคัดเลือกเอกชน (อาร์เอฟพี) กำหนดอะไรไว้บ้าง ทั้ง 4 ซองข้อเสนอ ด้านคุณสมบัติ ด้านเทคนิค ด้านราคา และข้อเสนอพิเศษ ก็ต้องไปดูผลรวมว่าทั้ง 4 ซองมีความเหมาะสมเป็นไปได้แค่ไหร ถ้าเราสนใจแต่เรื่องราคาอย่างเดียว และเกิดผลกระทบกับโครงการก็คงไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาก็เห็นหลายโครงการที่ผู้รับเหมาเสนอราคาต่ำและทิ้งงาน ดังนั้นเรื่องราคาคงไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียว ต้องมีเรื่องอื่นๆ มีแผนการทำงานและเทคนิคที่ทำให้โครงการนี้สำเร็จ” นายศักดิ์สยามกล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เน้นย้ำให้ รฟม.ดำเนินงานเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โครงการนี้มีความสำคัญกับประชาชน เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศ ดังนั้นไม่ควรล่าช้า ซึ่งเรื่องนี้ส่วนตัวผมนั้นไม่มีผลประโยชน์ หรือขัดผลประโยชน์กับใครทั้งสิ้น
นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงคุณสมบัติของบริษัท อิตาเลียนไทย ดิเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือไอทีดี ที่ผ่านเกณฑ์ข้อเสนอในการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) รอบใหม่ แต่มีคุณสมบัติของคณะกรรมการที่อาจขัดต่อข้อกำหนดในการประมูลโครงการรัฐนั้น เรื่องนี้ตนยืนยันว่ากระบวนการในโครงการนี้ เป็นการประมูลโดยใช้ พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ.2562 (พีพีพี) และปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งกระทรวงจะมีหน้าที่พิจารณาความถูกต้องหลังจากที่คณะกรรมการ ม.36 สรุปผลการประมูลมาแล้ว
“เรามีหน้าที่พิจารณาผลการประมูลโครงการให้เป็นไปตามผลการศึกษาและหลักกฎหมาย เราไม่สามารถห้ามไม่ให้คนสงสัยหรือตั้งประเด็นคำถามได้ แต่มีหน้าที่อธิบายสิ่งเหล่านี้ว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่ เรื่องนี้ถือเป็นประโยชน์กับคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่กลับติดปัญหาที่ไม่ได้มีประเด็นอะไร ทำให้เสียเวลาหลายปี ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการเดินทาง อยากให้ดำเนินการถึงประโยชน์ส่วนรวม อย่าดำเนินการโดยอคติตามวิธีคิดของคนที่ไม่เข้าใจ เรามีระเบียบกฎหมาย ที่ต้องดำเนินการตามนั้น” นายศักดิ์สยามกล่าว
สำหรับการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปัจจุบัน รฟม.ไม่ได้มีการรายงานถึงปัญหาติดขัดในเรื่องขอลดการประกวดราคา แต่ทุกครั้งที่มีการหารือร่วมกับผู้บริหาร ทางกระทรวงจะมอบหมายให้ทุกหน่วยงาน รวมถึง รฟม.จัดทำแอ๊กชั่นแพลนเพื่อดำเนินการกำกับแปรไปสู่นโยบายการปฏิบัติได้ถูกต้อง โดยขณะนี้การประมูลถือว่าอยู่ในขั้นตอนคณะกรรมการ ม.36 พิจารณา ซึ่งในคณะกรรมการ มีทั้งผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้องหลายท่าน เช่น องค์กรต่อต้านทุจริต สำนักงบประมาณ และสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นต้น
“ที่ผ่านมาเราได้เน้นย้ำให้ รฟม.ดำเนินการยึดหลักธรรมาภิบาล รวมทั้งทุกหน่วยงานจะดำเนินการอย่างไรต้องทำความเข้าใจ สิ่งเหล่านี้ต้องคิดให้ดีและพยายามแก้ไข เพราะประเทศไทยมีจุดได้เปรียบเรื่องโลเกชั่น อย่าทิ้งในสิ่งเหล่านี้” นายศักดิ์สยามกล่าว

