“จุรินทร์” สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลกปรับแผนใหม่ ดันส่งออกครึ่งหลังปี 65 รุก 105 เมืองรอง เพิ่ม 345 กิจกรรมส่งเสริมขาย คาดดึงเข้าประเทศอีก 2 หมื่นล้านบาท
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมสรุปแผนผลักดันการส่งออกเชิงรุกและเชิงลึก ครึ่งปีหลัง 2565 ว่าในครั้งนี้เป็นการประชุมทูตพาณิชย์จากทั่วโลก ซึ่งมีทั้งหมด 42 ประเทศแบ่งเป็น 58 สำนักงาน ร่วมกับภาคเอกชนและกระทรวงพาณิชย์ โดยการส่งออกของไทยยังเป็นไปด้วยดี ปี 2565 ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ตั้งแต่เดือน มกราคม -กรกฎาคม 2565 การส่งออกทำเงินให้ประเทศแล้ว 5.774 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% ซึ่งเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าหรือมูลค่า 9 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4%
“กระทรวงพาณิชย์ ได้ปรับแผนการส่งออกให้เข้ากับสถานการร์ปัจจุบัน ที่ไทยต้องเผชิญกับปัญหาเช่นเดียวกับหลายประเทศในโลก ทั้งสงครามการค้า โควิด สงครามรัสเซีย-ยูเครน และปัญหาจีนกับไต้หวันเพิ่มเติมขึ้นมา ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจของผู้ค้าของเราชะลอตัว บางประเทศมีแนวโน้มติดลบ รวมทั้งปัญหาการขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงินและระบบการขนส่งสินค้า เพื่อให้การส่งออกเดินหน้าต่อไปได้” นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ได้มอบให้กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและภาคเอกชน รวมทั้งทูตพาณิชย์ทั่วโลกปรับแผน เพื่อทำเงินให้ได้มากกว่านี้โดยเฉพาะในครึ่งหลังปี 2565 ได้มอบนโยบายจัดทำแผนทั้งเชิงรุกและเชิงลึก เพื่อทำรายได้จากการส่งออกให้ได้มากที่สุด ซึ่งทูตพาณิชย์จากทุกประเทศ ได้จัดทำแผนร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและภาคเอกชน จากเดิมกำหนดไว้กิจกรรมในปี 2565 ไว้ที่ 185 กิจกรรม จะเพิ่มขึ้นใหม่อีก 345 กิจกรรม ทำให้มีทั้งสิ้น 530 กิจกรรม เพื่อทำตัวเลขครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้นกว่าเป้าเดิมที่ทำไว้
นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมใหม่ที่จัดทำขึ้น ได้แก่ เร่งรัดการลงนามทางการค้าหรือ มินิ-เอฟทีเอ ส่งเสริมการค้าระบบออนไลน์ การจับคู่เจรจาธุรกิจ การนำซอฟต์พาวเวอร์ใส่สินค้าและบริการของไทย การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม หรือ บีซีจี การเร่งรัดการเดินหน้าตามนโยบาย รักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่และฟื้นตลาดเก่า ซึ่งตลาดเมืองรองมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะเจาะทั้งหมดใน 36 ประเทศ 105 เมือง รวมทั้ง เจาะตลาดสินค้าชนิดใหม่เพิ่มเติม เช่น ซาอุดีอาระเบียที่ตนนำคณะไปเจรจา จะเน้นสินค้าก่อสร้างและการให้บริการด้านการก่อสร้าง ซึ่งซาอุดีอาระเบีย มีนโยบายสร้างเมืองใหม่และตลาดเฟอร์นิเจอร์ ตลาดสินค้าฮาลาล สำหรับตลาดจีนที่มณฑลกานซู่ มีมุสลิมจำนวนมาก เป็นต้น
“ส่วนการกำหนดเป้าหมายการส่งออกในส่วนเฉพาะครึ่งหลังปี 2565 นั้น นอกจากเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้รวมทั้งปี 9 ล้านล้านบาทแล้ว จะทำเงินให้ประเทศเพิ่มจากการส่งออกอีกไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะทำงานร่วมกับเอกชนภายใต้หลักคิด รัฐหนุน เอกชนนำ ต่อไป ร่วมกับทีมเซลล์แมนประเทศทั่วโลกดำเนินแผนงาน” นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเราได้ช่วยกันแก้ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและค่าระวางเรือมีราคาสูงมาก ซึ่งทางเอกชนรายงานว่า ใน 6 เดือนแรกของปี 256ถ มีตู้คอนเทนเนอร์มีให้ใช้ส่งออกได้เพิ่มขึ้นถึง 12% และค่าระวางเรือปรับลดลงจาก 1.5- 2 หมื่นเหรียญสหรัฐลดลงเหลือ 7 พัน- 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือลดลงมาประมาณ 50% ทำให้ตัวเลขส่งออกของเราคล่องตัวขึ้น รวมทั้ง การเปิดจากที่กรมเจ้าท่าออกประกาศให้เรือใหญ่เทียบท่าได้ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ได้เปิดโอกาสให้เรือใหญ่มาเทียบท่าที่แหลมฉบังได้ มีส่วนช่วยเสริมให้มีพื้นที่เหลือ ส่งออกได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ประกาศมีอายุเพียง 2 ปี หรือจะหมดเขตในต้นปี 2566 ซึ่งภาคเอกชน ขอให้พิจารณาขยายต่อประกาศออกไปอีก ดังนนั้น กระทรวงพาณิชย์จะไปติดต่อและเจรจาขอความร่วมมือจากกรมเจ้าท่า เพื่อให้การส่งของไทยคล่องตัวขึ้นต่อเนื่อง


