หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยผงาดคว้า 3...

ไทยผงาดคว้า 3 งานประชุมนานาชาติด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงาน ต่อเนื่อง 3 ปีถึงปี’68

14.09.22 | 15:58 น.

นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือทีเส็บ กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลประกาศเปิดประเทศ ทีเส็บและภาคอุตสาหกรรมไมซ์ไทยได้เตรียมความพร้อมดึงงานอีเวนต์ระดับโลกสู่เมืองไทย โดยล่าสุด ทีเส็บ และสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ได้ร่วมกันคว้าสิทธิงานประชุมนานาชาติด้านไฟฟ้าและพลังงาน รวม 3 งาน มาจัดงานในไทย 3 ปีต่อเนื่อง ได้แก่ งานประชุม IEEE PES APPEEC 2023 จัดที่จังหวัดเชียงใหม่ในปี 2566 งานประชุม IEEE ISC2 2024 จัดที่เมืองพัทยาในปี 2567 และงานประชุม IEEE PES GTD Asia 2025 ซึ่งเป็นงานสัมมนาวิชาการและนิทรรศการด้านไฟฟ้าและพลังงานระดับนานาชาติงานใหญ่ที่คาดจะมีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกนับหมื่นคน จัดที่กรุงเทพมหานครในปี 2568

“ความสำเร็จในการดึงงานประชุมนานาชาติในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานได้ต่อเนื่องถึงสามงานในครั้งนี้ เป็นผลจากการวางกลยุทธ์ของทีเส็บด้านการประมูลสิทธิงานประชุมนานาชาติสู่ประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพและพันธมิตรในไทยซึ่งรวมถึงเมืองไมซ์เป้าหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจต่อเจ้าของงานในต่างประเทศ ให้นำเม็ดเงินและองค์ความรู้ระดับโลกมาลงทุนจัดการประชุมในบ้านเรา โดยคาดว่า 3 งานประชุมที่ทีเส็บร่วมกับสมาคมดึงมาจัดในไทยในปี 2566-68 ที่เชียงใหม่ พัทยา และกรุงเทพฯนี้ จะดึงผู้ร่วมงานจากทั่วโลกรวมกว่าหมื่นคน สร้างรายได้เข้าประเทศและก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมกว่า 837 ล้านบาท เกิดผลประโยชน์จากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจในประเทศประมาณ 465 ล้านบาท และจะเกิดการจ้างงานประมาณ 586 อัตรา ตลอดจนสร้างรายได้จากภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บโดยประมาณจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานประชุมอีกประมาณ 29 ล้านบาท”

นางนิชาภากล่าวว่า นอกจากนี้ ทั้งยังเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาและบุคลากรไทยได้เข้าถึงองค์ความรู้ระดับโลกจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า พลังงาน และเมืองอัจฉริยะจากนานาประเทศ สร้างผลกระทบเชิงบวกและคุณประโยชน์ต่อเนื่องทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาวิทยาการในสาขาที่เกี่ยวข้องสู่ประเทศและพื้นที่จัดงาน สอดรับกับกลยุทธ์สำคัญของทีเส็บในการใช้งานไมซ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ทั่วภูมิภาค พร้อมยกระดับงานไมซ์ใน 10 เมืองไมซ์ยุทธศาสตร์ของไทย รวมถึงเมืองที่มีศักยภาพอีกมากมาย

นางนิชาภายังกล่าวอีกว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเมืองเจ้าภาพงานประชุมนานาชาติด้านไฟฟ้าและพลังงานทั้งสามงานนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของไทยในสาขาไฟฟ้าและพลังงาน ทั้งด้านวิทยาการและองค์ความรู้ ด้านบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิและสมาคมไทยที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี ผู้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาด้านไฟฟ้าและพลังงานของไทย อันจะช่วยตอกย้ำความมั่นใจในการต่อยอดดึงงานใหญ่ระดับโลกสู่ไทยได้ในอนาคต

นายสมชาย หอมกลิ่นแก้ว อุปนายกสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) และรองผู้ว่าการวางแผนและนวัตกรรมระบบไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวว่า นอกจากความพร้อมของไทยในด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานแล้ว การเสนอเมืองเจ้าภาพที่มีความพร้อมและเหมาะสมกับงานในขั้นตอนการประมูลสิทธิ ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการช่วงชิงงานประชุมนานาชาติให้มาจัดในพื้นที่เป้าหมายของไทย

Advertisement

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การวิจัยด้านต่างๆ ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนของจังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปแบ่งปันในการประชุม เนื่องจากเป็นการผสมผสานความรู้ในระดับสากลผ่านวิธีการและวัตถุดิบที่มีในชุมชน ประกอบกับแผนพัฒนาเชียงใหม่ และการสนับสนุนส่งเสริมของหน่วยงานจากภาครัฐและภาคเอกชน จะทำให้จังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพในการพัฒนาเมืองในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน จะส่งเสริมให้ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้ง ในด้านวิศวะไฟฟ้าพลังงาน ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ความสำคัญ และต้องการองค์ความรู้เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญในระดับสากล จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคมทั้งในระดับจังหวัดและประเทศในอนาคต

นางสาวทิฐิพันธ์ เพ็ชรตระกูล รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า จากแนวทาง NEO Pattaya ต่อยอด ต่อเนื่องสู่ Better Pattaya เมืองพัทยามีความพร้อมที่จะนําเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนธุรกิจ การท่องเที่ยว และการใช้ชีวิต เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยว และนักเดินทางไมซ์หลังการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อม 3 สนามบินเสร็จสมบูรณ์ซึ่งการจัดงานประชุม IEEE ISC2 ที่จะเกิดขึ้นในปี 2567 จะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์การนําเสนอเทคโนโลยีต่างๆ และการนําไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายในการเป็น “เมืองแห่งโอกาส เศรษฐกิจสมดุล คุณภาพชีวิตที่ดีสําหรับทุกคน” และร่วมกันขับเคลื่อนเครือข่ายพลังงานสะอาดให้มีความยั่งยืนต่อไป

นายสิงห์ ลิ้มพิรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพฯมีความพร้อมต้อนรับในฐานะเมืองเจ้าภาพที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทน เนื่องจากเป็นเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางการค้า เทคโนโลยี และมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่มาก โดยมีแผนพัฒนาและยุทธศาสตร์จากรัฐบาล กระทรวง และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ที่มุ่งเน้นให้เกิดการวิจัย เกิดความร่วมมือกับภาคเอกชนรวมไปถึงประชาชน เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดและการอนุรักษ์พลังงานอย่างยั่งยืน การประชุมด้านพลังงานที่มีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างงาน GTD Asia 2025 นี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับทุกภาคส่วนในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ รวมไปถึงพัฒนาองค์ความรู้ในด้านวิชาการอันจะก่อประโยชน์สูงสุดต่อนิสิตนักศึกษาและบุคลากรในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานต่อไป