คำตอบ 3 ข้อ ของ ‘สันติธาร’ ไขปมปริศนาเงินดอลลาร์ ทำไมแข็งค่าไม่เลิก
เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายสันติธาร เสถียรไทย ประธานทีมเศรษฐกิจ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ Sea Group และบุตรชาย นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตนักการเมืองชื่อดัง เขียนข้อความเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับ “ปริศนาเงินดอลลาร์ – ทำไมถึงแข็งค่าไม่เลิก” ความว่า
ปี 2565 เป็นปีที่หักปากกาเซียนหลายเรื่อง
เรื่องหนึ่งที่กระทบคนจำนวนมากคือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ามานานกว่าที่คาด ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ค่าเงินบาทอ่อน ทำให้ราคาสินค้านำเข้าแพงขึ้นดันเงินเฟ้อ ทั้งยังมีส่วนทำให้ตลาดหุ้นตกหลายแห่งทั่วโลก
ที่ผ่านมาหลายคนมักถามผมว่าทำไมดอลลาร์ถึงได้แข็งจัง ทั้งๆที่อ่านข่าวเศรษฐกิจอเมริกาก็ดูมีปัญหาไม่น้อย ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยก็ไม่เบา มองด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็นึกว่าประเทศต่างๆจะหนีจากการใช้ดอลลาร์หลังจากการคว่ำบาทของอเมริกาต่อรัสเซียทำให้ความต้องการดอลลาร์น้อยลง บางคนเข้าใจทำไมดอลลาร์แข็งค่าช่วงครึ่งปีแรกแต่แปลกใจว่าทำไมมันลากยาวมากว่าที่คาด
มองย้อนกลับไปการที่ดอลลาร์แข็งค่ามานานกว่าที่คาดเพราะปีนี้มีสถานการณ์ปราบเซียนทำให้คนคาดการณ์ผิดพลาดหลายเรื่อง
หนึ่ง ธนาคารกลางอเมริกาและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ผิดเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยอเมริกาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว คนส่วนมากคิดว่าเงินเฟ้อมาจากปัญหาชั่วคราวเช่น นำ้มันแพง ที่ไม่ได้เกี่ยวกับว่าดีมานด์เข้มแข็งเกินไปดังนั้นใช้นโยบายขึ้นดอกเบี้ยไปคงไม่ช่วยเท่าไร
ซึ่งตอนหลังเราถึงมารู้กันในปีนี้ว่าปัญหาเรื่องเศรษฐกิจเครื่องร้อนเกินไปในอเมริกามีจริงและนโยบายดอกเบี้ยเป็นสิ่งจำเป็นในการเหยียบเบรคเพื่อลดความเร็วของรถคันนี้
เปรียบเสมือนหากเราขับรถแล้วแตะเบรคช้าเมื่อเจอกำแพงย่อมต้องเหยียบเบรคแรงๆเพื่อไม่ให้ชน เช่นเดียวกันการขึ้นดอกเบี้ยในอเมริกาจึงต้องรุนแรงและดุดันดังที่ธนาคารกลางได้ประกาศและทำให้ดู
เงินดอลลาร์ก็มีลักษณะเสมือนเงินตราทั่วไปที่มักจะแข็งค่าหากเศรษฐกิจกำลังแกร่งแล้วทิศทางดอกเบี้ยกำลังเป็นขาขึ้น เพราะเมื่อดอกเบี้ยสูงก็ดึงดูดให้คนเอาเงินไป “ฝากไว้” ในเงินสกุลนั้นเพราะผลตอบที่ดี
แต่หากลำพังเหตุผลเท่านี้ยังไม่พอที่จะอธิบายการแข็งค่าของดอลลาร์ในปีนี้ได้ ต้องมีอีก 2 ข้อ
สอง คนวิ่งหาดอลลาร์ยามโลกเจอวิกฤติ (Flight to safety)
เช่นเดียวกันกับเวลาที่เรากำลังตกใจกังวลเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ สงคราม หรือโรคระบาด เราจะอยากถือเงินสดไว้และต้องเป็นเงินสดที่ใช้ซื้อสิ่งจำเป็นในชีวิตต่างๆเช่น อาหาร พลังงาน ยา ฯลฯ ได้ เผื่อยามฉุกเฉินจะได้อย่างน้อยมีเงินที่ “ใช้ได้”
ดอลลาร์มีสถานะพิเศษไม่เหมือนสกุลเงินอื่นตรงที่เป็น “สกุลเงินหลักของโลก” การค้าโลกส่วนใหญ่ตั้งราคาเป็นดอลลาร์ ซื้อขายด้วยดอลลาร์ ประเทศต่างๆเก็บเงินก้นถุงเป็นดอลลาร์เป็นส่วนใหญ่ โดยนักเศรษฐศาสตร์เรียกสถานะนี้ว่า Reserve currency
จึงทำให้ดอลลาร์มีบทบาทคล้าย “เงินสด”ของโลกไปด้วย ดังนั้นเมื่อเกิดสงครามเช่นในรัสเซีย-ยูเครน เกิดความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างที่เห็นในปีนี้ ช่วงที่คนแตกตื่นก็จะกลับถือ “เงินสด”ซึ่งคือเงินดอลลาร์ กองทุนทั้งหลายขายสินทรัพย์เสี่ยงแล้วก็ไปเก็บเงินเป็นดอลลาร์
ความพิเศษตรงนี้เองทำให้การคาดเดาอนาคตของดอลลาร์ยากขึ้นไปอีกเพราะหากเกิดเหตุการณ์ให้คนตื่นตระหนกอีก เช่น กลัวเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอย ก็อาจทำให้ดอลลาร์แข็งขึ้นไปได้ แม้ว่าความกังวลนี้จะมาจากการล้มลงของเศรษฐกิจอเมริกาเองก็ตาม!!
ถือเป็นความแปลกประหลาดอย่างหนึ่งของโลกการเงิน
สาม ยุโรปอ่อนแอกว่าที่คาด
ค่าเงินดอลลาร์มักจะแข็งขึ้นกับเงินสกุลต่างๆในโลกช่วงที่เงินยูโรอ่อนค่า เหตุผลหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเงินยูโรในปัจจุบันยังถูกมองว่าเป็น “พี่รอง”เทียบกับ “พี่ใหญ่” คือดอลลาร์ โดยจะเห็นได้จากว่าธนาคารกลางต่างๆทั่วโลกเก็บเงินสำรองฯเป็นสกุลดอลลาร์59% และรองลงมาคือเงินยูโรที่ 21% (เงินเยนอยู่ที่ 6% หยวน ~3%)
หากกองทุนต่างๆไม่ถือดอลลาร์เป็นเงินสดไว้ก็ถือยูโรแทน แต่เมื่อเงินยูโรมีทีท่าจะอ่อนค่าลงเมื่อเศรษฐกิจยูโรโซนอ่อนแอเงินทุนก็ไหลไปที่พี่ใหญ่เงินดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น
และอย่างที่ทราบกันว่าสถานการณ์ของยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตด้านพลังงานในยามที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัวจนทำให้สำนักวิเคราะห์ต่างๆคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจน่าจะตกในภาวะถดถอยในไม่นานนี้ จึงทำให้เงินยูโรอ่อนค่าเป็นประวัติศาสตร์ กันดอลลาร์ให้แข็งไปอีก
สามปัจจัย เงินเฟ้ออเมริกา-โลกตื่นตระหนก-ยุโรปอ่อนแอ นี้มีผลอย่างมากทำให้ดอลลาร์แข็งค่านานกว่าที่คาดและมีส่วนสำคัญทำให้เงินบาทอ่อนกว่าที่คิดในปีนี้
เงินเฟ้อของอเมริกาเดือนสิงหาคมที่เพิ่งออกมามาตอกย้ำสิ่งที่นักลงทุนหลายคนกลัวว่าเงินเฟ้อในอเมริกาไม่ได้มาจากแค่เรื่องพลังงานและอาจจะดื้อดึงกว่าที่คิดบังคับให้ธนาคารกลางจะต้องขึ้นดอกเบี้ยสูงไปอีกถึง “ฆ่า” เงินเฟ้อได้
แต่ในทางกลับกันการคาดการณ์ว่าสามปัจจัยนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็จะช่วยให้เราทายได้ว่าเมื่อไรดอลลาร์จะเลิกแข็งค่า
นักวิเคราะห์หลายครมองว่าจากวันนี้ไปปัจจัยผลักดันดอลลาร์ตัวแรก – เรื่องเงินเฟ้อพุ่งและการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของอเมริกา – น่าจะเริ่มหมดพลังลง เพราะเงินเฟ้อน่าจะค่อยๆปรับตัวลงแม้อาจไม่เร็วทันใจนัก
จึงเป็นไปได้ว่าจุดที่เงินเอเชียเช่นบาทจะพลิกกลับมาแข็งเทียบกับดอลลาร์น่าจะใกล้เข้ามาแล้ว
แต่ที่คาดการณ์ได้ยากกว่าคือเศรษฐกิจยุโรปยังจะทรุดไปได้กว่าคิด (disappoint) ได้อีกแค่ไหนและความกลัวต่อเศรษฐกิจโลกถดถอยจะทำให้พี่ดอลลาร์เขาวิ่งต่อได้อีกรอบสองรอบก่อนจะหมดแรงหรือไม่
เห็นยังไงกันบ้างครับ ดอลลาร์จะไปต่อหรือพอแค่นี้?

