หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ ฟอร์ด เรนเจอร...

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ปิกอัพแถวหน้าเมืองไทย

17.09.22 | 12:12 น.

ฟอร์ด เปิดตัว รถปิกอัพทรงพลัง เจเนอเรชั่นที่สอง ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ยกระดับสมรรถนะด้านออฟโรดให้เหนือชั้นขึ้นไปอีก มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน วี6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 397 แรงม้า ที่ 5,650 รอบต่อนาที แรงบิด 583 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

ระบบท่อไอเสียออก แบบใหม่ทั้งหมด ควบคุมเสียงจากเครื่องยนต์ ด้วยการใช้ระบบท่อไอเสียแบบแอ๊กทีฟวาล์วเปิด-ปิดได้เหมือนการทำงานของแซกโซโฟนหรือออร์แกนขนาดใหญ่ เพื่อกำหนดความดังของเสียงท่อรถตามความต้องการของผู้ขับขี่ เป็นการติดตั้งระบบไอเสียแบบแปรผันควบคุมไฟฟ้าครั้งแรกในรถกระบะ

ผู้ขับขี่เลือกโหมดท่อไอเสียได้ทั้งแบบแมนนวล เพียงกดปุ่มแสดงสัญลักษณ์ของท่อไอเสียบนพวงมาลัย หรือให้ระบบเลือกโหมดเสียงแบบอัตโนมัติ ปรับตามโหมดการขับขี่ที่เลือกใช้ เสียงท่อมีให้เลือกถึง 4 แบบ ได้แก่ โหมดเงียบ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต และโหมดบาฮา

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ฟอร์ดสำรวจลูกค้าพบว่าชื่นชอบมากที่สุดในรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ คือเสียงท่อไอเสียอันทรงพลัง ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกตื่นเต้นเร้าใจ อาจเหมาะกับการวิ่งบนทางหลวงหรือพื้นที่นอกเมือง แต่สำหรับการขับขี่ในละแวกบ้านโดยเฉพาะในเวลาเช้ามืดหรือกลางดึก เสียงอวดความแรงของรถอาจไม่เหมาะสมเท่าใดนัก

Advertisement

ฟอร์ดจึงติดตั้งระบบควบคุมเสียงของเครื่องยนต์ให้เบาลงได้ โดยเลือกโหมดเงียบในเวลาที่ต้องการ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ขับขี่ยังตั้งค่า ‘สตาร์ตรถแบบเงียบ’ เพื่อให้รถสตาร์ตเครื่องในโหมดเงียบเสมอ หรือตั้งเวลาสำหรับโหมดเงียบแบบอัตโนมัติ (ตั้งเวลาเริ่มต้น และสิ้นสุด) เพื่อลดมลพิษทางเสียงให้แก่เพื่อนบ้านนั่นเอง

ผู้ขับขี่ควบคุมเสียงท่อไอเสียได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่มบนพวงมาลัยที่มีสัญลักษณ์รูปท่อไอเสีย การกดครั้งแรกจะมีข้อความแสดงโหมดที่เลือกบนแผงหน้าปัดดิจิทัล และกดปุ่มอีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนโหมดการควบคุมเสียงท่อไอเสียได้ ดังนี้

โหมดเงียบ-ให้เสียงท่อไอเสียเงียบที่สุด เหมาะกับการขับขี่ทุกรูปแบบ

โหมดปกติ-สำหรับใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ด้วยเสียงเครื่องยนต์ไม่ดังเกินไปสำหรับการขับบนท้องถนน จะเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการขับขี่โหมดปกติ โหมดถนนลื่น โหมดโคลน/ร่อง และโหมดหิน

โหมดสปอร์ต-มอบเสียงดังกระหึ่มขึ้น เมื่อต้องการเพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจยิ่งขึ้น

โหมดบาฮา-อวดความแรงสูงสุดทั้งความดังและความทุ้ม สำหรับการขับขี่ออฟโรดเท่านั้น

สำหรับโหมดบาฮา ใช้ขับกลางทะเลทรายหรือเส้นทางออฟโรดแบบของจริง โดยระบบป้องกันการรอรอบ (Anti-Lag System-ALS) เป็นส่วนหนึ่งของโหมดบาฮา จะรักษาการหมุนของเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ความเร็วสูงต่อไปอีกถึง 3 วินาที หลังจากผู้ขับขี่ปล่อยคันเร่ง รถจึงคืนความเร็วได้ทันใจขณะเร่งออกจากทางโค้ง หรือระหว่างการเปลี่ยนเกียร์

ระบบช่วงล่างปรับแต่งใหม่ด้วยโช้กอัพ ฟ็อกซ์ (FOX) แบบไลฟ์ วาล์ว อินเทอร์นอล บายพาส (Internal Bypass) ขนาด 2.5 นิ้ว ปรับการทํางานได้แบบเรียลไทม์ โดยใช้เซ็นเซอร์รอบคัน ทําให้โช้กปรับค่าความหน่วงจากจุดปะทะต่างๆ ได้มากถึง 500 ครั้งต่อวินาที

ติดตั้งรูปแบบการขับขี่ไว้ถึง 7 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดถนนลื่นสำหรับทางเรียบ โหมดหิน โหมดทราย โหมดโคลน โหมดบาฮาสำหรับการขับบนเส้นทางออฟโรด

ภายห้องโดยสารออกแบบใหม่ ตกแต่งรายละเอียดด้วยสีส้ม ‘โค้ด ออเรนจ์’ ตามแบบฉบับของ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ บนแผงหน้าปัด การตัดขอบชิ้นส่วนหลักๆ ในห้องโดยสาร รวมถึงบนเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต

ขณะเดียวกัน เบาะนั่งทั้งด้านหน้าและหลังได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ เอฟ-22 แร็พเตอร์ (F-22 Raptor) มอบความกระชับและนุ่มสบาย แผงหน้าปัดความละเอียดสูงขนาด 12.4 นิ้ว และหน้าจอแบบสัมผัสตรงกลางขนาด 12 นิ้ว แสดงผลการเชื่อมต่อและระบบความบันเทิงผ่านระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A มีฟีเจอร์อีกมากมาย เช่น ช่องต่อพ่วงอุปกรณ์ออฟโรด (Upfitter Switch) และหน้าจอแสดงผลสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด

มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอก 4 สี ได้แก่ สีดำ แอบโซลูท แบล๊ก, สีขาว อาร์กติก ไวต์, สีส้ม โค้ด ออเรนจ์ 1 และสีเทา คองเคอร์ เกรย์ 1

ราคา 1,869,000 บาท พร้อมรับประกันจากโรงงาน 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งในปีแรก

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ถือว่าเป็นรถปิกอัพระดับแถวหน้าในเมืองไทย ทั้งในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ พละกำลัง รูปร่างหน้าตา รวมถึงเรื่องราคา เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบปิกอัพแบบดุๆ ไม่ค่อยมีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ที่สำคัญหล่อมาจากโรงงาน ไม่ต้องไปแต่งเพิ่ม มาแบบครบจบกระบวนความในฐานะปิกอัพสายลุย

นายพล