นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังนายกรัฐมนตรีเดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงการคลังว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุนหรือทำอะไรก็ตาม ขอให้ระวังเรื่องการใช้จ่าย จะต้องไม่เป็นภาระต่อรัฐบาลหน้า ยกตัวอย่างการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ มีแผนจะทำหลายปี ก็ควรต้องดูไม่ให้ภาระหนี้ขึ้นไปชนเพดานการก่อหนี้ ส่วนกรณีการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา ไทยได้เตรียมพร้อมในเรื่องความเข้มแข็งทางการเงิน จะรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ไทยเองก็เคยผ่านวิกฤตการณ์มาหลายเรื่อง ไทยไม่ได้รับกระทบกระเทือนอะไร สำหรับกรณีสหรัฐจะมีการเปลี่ยนแปลงไปทางไหนยังไม่ทราบ เพราะทุกอย่างเกิดจากการหาเสียง แต่การหาเสียงกับการปฏิบัติได้จริง อาจเป็นคนละอย่าง ต้องดูสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ คาดว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 สหรัฐคงได้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่
“ไทยไม่ประมาท เตรียมความเข้มแข็งไว้ เพราะมองว่าการไหลออกของเงินในตลาดโลกจะมีมากขึ้น แต่ไทยเองมีทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่มาก หรือคิดเป็น 3-4 เท่าของหนี้ระยะสั้น ขณะที่หนี้ระยะสั้นอยู่ในระดับต่ำ ส่วนระดับหนี้ต่อจีดีพีอยู่ระดับ 42% ยังมีความสามารถในการกู้ได้อีก ฉะนั้น ขณะนี้ถือว่ายังไม่ได้รับผลกระทบ แต่มีบางคนมองว่าส่งออกของไทยอาจได้รับผลกระทบ แต่คิดว่าไม่มาก คงต้องติดตามดูอีก” นายอภิศักดิ์กล่าว
นายอภิศักดิ์ตอบข้อซักถามว่าภาวะเอ็นพีแอลขณะนี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยปรับลดลงนั้น ไม่เชิง เพราะเศรษฐกิจไทยยังไม่สามารถขยายตัวอย่างเต็มที่ ขณะนี้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้เพียงกว่า 3% แต่เต็มที่ของเราควรโตได้ 4% หรือกว่า 4% ถ้าเศรษฐกิจขยายตัวได้ต่ำเพียง 3% ยังไม่เพียงพอกับการแก้ปัญหาในภาพรวมได้
“ปัญหาที่ไทยเผชิญอยู่ทั้งในเรื่องเอ็นพีแอล ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ถ้าดูในเชิงเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่จะมาแก้ได้ คือการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ถ้าถามว่ารัฐดูแลในเรื่องการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแค่ไหน ต้องบอกว่าดูแลอย่างเต็มที่แล้ว ทำให้โตได้ 3% ถ้าจะให้โตกว่านี้ภาคเอกชนต้องมาช่วยลงทุน ขณะนี้เอกชนยังละล้าละลัง แม้จะมีสิทธิประโยชน์พิเศษให้ไม่ลงทุน โดยยืนยันว่าสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนให้ถึงสิ้นปี 2560 ไม่ต่ออายุให้อีก ถ้าเอกชนไม่ลงทุนในปีนี้อาจตกขบวนได้” นายอภิศักดิ์กล่าว และว่า ในเมื่อเอกชนไม่ลงทุน สิ่งที่รัฐทำได้คือเร่งให้รัฐวิสาหกิจมาลงทุนแทน เมื่อรวมกับการลงทุนของรัฐน่าชดเชยการลงทุนภาคเอกชนที่ยังขาดอยู่ และคาดว่าน่าจะช่วยดูแลภาคเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง ขณะนี้กระทรวงคมนาคมเริ่มขับเคลื่อนการลงทุนในหลายโครงการแล้ว

