เงินบาทเปิดวันนี้ 36.80 ‘อ่อนค่า’ หลังตลาดปิดรับความเสี่ยง-หวั่นเฟดปรับดอกเบี้ยแรง
เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 37.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 36.50-37.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.70-36.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตลาดพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยงรุนแรง หลังกังวลแนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทมีโอกาสผันผวนฝั่งอ่อนค่า จนกว่าตลาดจะรับรู้ผลการประชุม FOMC ของเฟด ซึ่งเงินบาทอาจพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้บ้าง หากเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงพร้อมกับจังหวะการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ทั้งนี้ ควรจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ โดยหากแรงขายสินทรัพย์ไทยเริ่มลดลง หรือนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทยและบอนด์ไทยในจังหวะย่อตัวก็อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้ โดยประเมินแนวต้านเงินบาทจะอยู่ในช่วง 37.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนแนวรับจะอยู่ในโซน 36.50-36.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกันเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้หรือแกว่งตัวไซด์เวย์ในระยะสั้น หลังสัญญาณเชิงเทคนิคัล หรือแนวโน้มหรือทิศทางตลาดขาลงใกล้สิ้นสุด (Bearish Divergence ของ RSI) ยังคงอยู่ในกราฟค่าเงินบาทหลายกรอบทั้งกราฟเงินบาท รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน อย่างไรก็ตาม แนะนำช่วงตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูง ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย
ทั้งนี้ เศรษฐกิจของไทยตลาดประเมินว่าดุลการค้าของไทยในเดือนสิงหาคมอาจขาดดุลน้อยลงจากเดือนก่อนหน้า ตามการปรับตัวลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะราคาสินค้าพลังงาน ทำให้ยอดการนำเข้าโตราว 18% ส่วนยอดการส่งออกยังโตได้ราว +7%
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ระบุว่า ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36.70-37.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ค่าเงินบาทยังคงปรับตัวอ่อนค่าก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 20-21 กันยายนนี้ โดยนักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ไปสู่ระดับ 3.00-3.25% และมีโอกาสจะปรับขึ้นมากกว่าคาดที่ 1.00% หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดหุ้นสินทรัพย์เสี่ยง ยังคงถูกกดดันจากแนวโน้มที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ จนอาจเสี่ยงเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

