จอดป้ายประชาชื่น : ทั้งโลกปรับตัวสู้วิกฤตพลังงาน
ช่วงนี้หันไปทางไหนมีแต่เสียงบ่นเป็นวงกว้างระดับประเทศ เรื่องน้ำมันแพง ก๊าซแพง ข้าวของแพงทุกอย่าง สาเหตุของวิกฤตเศรษฐกิจนี้มาจากวิกฤตด้านพลังงานเป็นสำคัญ
แม้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือลดผลกระทบด้านค่าครองชีพหลายระลอกตั้งแต่หลังเกิดสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนไทยเองต้องมีส่วนร่วมในการพาประเทศพ้นวิกฤตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องที่ทำได้ทันที คือ ประหยัดพลังงาน
เมื่อเร็วๆ นี้ เสวนาออนไลน์ของกระทรวงพลังงานเรื่อง “ถอดบทเรียนวิกฤติพลังงานโลก” ได้เชิญตัวแทนคนไทยในต่างแดนมาแชร์ประสบการณ์วิกฤตพลังงานของแต่ละประเทศ ว่ารัฐบาลช่วยเหลืออย่างไร มีวิธีฝ่าวิกฤตอย่างไร
อย่างเยอรมนี ประเทศยักษ์ใหญ่ในยุโรป เผชิญผลกระทบไม่น้อยไปกว่าไทย เชื้อเพลิงก๊าซพลังงานหลักราคาสูงขึ้นมากเป็นเท่าตัว สินค้าทุกอย่างปรับราคาเพิ่ม ชาวเยอรมันจึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดใช้พลังงานไม่จำเป็น เพื่อเตรียมพร้อมรับกับฤดูหนาวที่ความต้องการใช้พลังงานจะสูงมาก
หรือประเทศกลุ่มอาเซียน ที่มักถูกเปรียบเทียบว่าราคาพลังงานถูกกว่าไทย ได้รู้ความจริงจากผู้ที่อาศัยในกัมพูชา พบว่า ค่าไฟสูงมากเนื่องจากนำเข้าไฟฟ้าจากต่างประเทศ ถ้าเปิดแอร์นอนทั้งเดือนค่าไฟสูงกว่าไทยเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว หรือแม้แต่ราคาน้ำมันก็แพง
สำหรับประเทศไทย ได้ออกมาตรการลดใช้พลังงานเริ่มนำร่องจากภาครัฐ ตั้งเป้าหมายลดใช้ไฟฟ้าและน้ำมันลง 20% ผ่านวิธีการต่างๆ อาทิ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส กำหนดเวลาปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงพักกลางวันและก่อนเวลาเลิกงานอย่างน้อย 30-60 นาที ปิดลิฟต์บางตัวช่วงใช้งานน้อย รณรงค์พนักงานสวมใส่เสื้อผ้าระบายอากาศได้ดีและงดใส่สูท สนับสนุนประชุมออนไลน์ลดการเดินทางและใช้น้ำมัน ตลอดจนใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมกระตุ้นภาคเอกชนและประชาชนร่วมประหยัดเช่นกัน
ไม่ใช่แค่ไทยแต่ทุกประเทศต่างปรับตัว ยืดหยุ่น และวางแผนใช้จ่าย เพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้!!

