ส่อง 4 หลักสูตรฝึกอาชีพดีพร้อมช่วยชุมชนทั่วประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่องกว่า 3 ปี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จึงเร่งเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งหนึ่งในแนวทางช่วยเหลือสำคัญ คือ การพัฒนาอาชีพเสริมเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่คนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ผ่านโครงการพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม หรือ อาชีพดีพร้อม กำหนดเป้าหมายพัฒนาอาชีพให้ 400 ชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 700,000 คน
โดยฝึกอบรมระยะสั้น ตลอดเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2565 จำนวน 4 หลักสูตร ประกอบด้วย
• หลักสูตรการพัฒนาทักษะอาชีพพื้นฐานด้านการผลิต เพื่อเป็นอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้แก่คนในชุมชนที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ โดยมีวิธีการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสอดคล้องกับวิถีชีวิต และความต้องการในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 หมวด คือ หมวดที่ 1 ลดรายจ่าย อาทิ น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน สบู่เหลว ไม้กวาดดอกหญ้า ไม้กวาดทางมะพร้าว และหมวดที่ 2 เพิ่มรายได้ อาทิ การเพาะเห็ด การสกรีนกระเป๋าผ้า การทำไข่เค็ม การทำเหรียญโปรยทาน
• หลักสูตรการพัฒนาทักษะอาชีพพื้นฐานด้านการบริการ เพื่อเป็นอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นช่างชุมชน หรือประกอบเป็นอาชีพเดิมอยู่แล้ว รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจพัฒนาทักษะให้เกิดความเชี่ยวชาญในวิชาชีพเฉพาะทาง อาทิ กลุ่มอาชีพช่าง (ซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซ่อมรถ ซ่อมแอร์ ฯลฯ) กลุ่มอาชีพบริการ (ช่างเย็บผ้า ช่างตัดผม เชฟชุมชน ฯลฯ)
• หลักสูตรการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ในการสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่น น่าสนใจ สอดรับกับความต้องการของตลาด มีความเหมาะสมกับการขนส่ง เพื่อจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และสามารถกระจายสินค้าและบริการได้อย่างกว้างขวาง
• หลักสูตรการพัฒนาต่อยอดทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงิน และการประกอบธุรกิจ อาทิ การบริหารจัดการเงินในภาคครัวเรือน/ภาคธุรกิจ การจัดทำแผนธุรกิจ การบัญชี การตลาดการตลาดออฟไลน์และออนไลน์ สร้างแบรนด์ ลดต้นทุน พิชิตหนี้ และอื่นๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันให้กับกลุ่มเป้าหมายและบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดทักษะที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจ และเป็นการสร้างโอกาสให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจใหม่ในชุมชน
โดยหลักสูตรทั้งหมดจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างการมีรายได้เสริมอย่างมั่นคงให้กับชาวชุมชน อีกทั้ง ยังเป็นการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมากกว่า 12,000 ล้านบาท

