หน้าแรก เศรษฐกิจ เศรษฐีไทย กัม...

เศรษฐีไทย กัมพูชา พม่าแห่ช้อปคอนโดหรู ‘ไรมอนแลนด์-เอพี’ เผยซื้ออยู่จริง โอนจริง

21.09.22 | 17:51 น.

เศรษฐีไทย กัมพูชา พม่าแห่ช้อปคอนโดหรู ‘ไรมอนแลนด์-เอพี’ เผยซื้ออยู่จริง โอนจริง

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายกรณ์ ณรงค์เดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้า 3-5 ปีนับจากปี 2566 รายได้จะเริ่มกลับมาเทิร์นอะราวด์ หลังจากปีนี้ขาดทุนอยู่กว่า 300 ล้านบาท และตั้งเป้าจะลงทุนเฉลี่ย 3 โครงการต่อปีทั้งแนวราบและแนวสูง มีทั้งพัฒนาเองและร่วมกับพันธมิตรมีที่ดิน ในเร็วๆนี้จะเซ็นความร่วมมือกับเจ้าของที่ดินในภาคใต้พัฒนาโครงการใหม่ โดยโครงการใหม่จะเน้นระดับลักชัวรี่ ราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากเป็นตลาดเรียลดีมานด์ กำลังซื้อไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ


นายกรณ์กล่าวว่า โดยปีนี้บริษัทมีโครงการคอนโดมิเนียมอยู่ระหว่างขาย 2 โครงการ ซึ่งร่วมลงทุนกับบริษัท โตเกียว ทาเทโมโนะ จำกัด อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ โครงการเทตต์ สาทร ทเวลฟ์ สูง 40 ชั้น 231 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ย 280,000 บาทต่อตารางเมตร(ตร.ม.) หรือเริ่มต้น 9.75 ล้านบาทต่อยูนิตมูลค่า 4,400 ล้านบาท จะสร้างเสร็จไตรมาส 3/2566 มียอดขายแล้ว 85% และโครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ สูง 37 ชั้น 146 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ย 350,000 บาทต่อตร.ม.หรือเริ่มต้น 16.8 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่า 5,200 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 70% โดยเป็นยอดขายกลุ่มลูกค้าต่างชาติ 40% ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเพื่อนบ้านจากกัมพูชาและเมียนมา

“สำหรับลูกค้าจีน ยังไม่มีทิ้งดาวน์ แต่เริ่มมีการโอนช้าไปบ้าง ขณะที่สัดส่วนลูกค้าคนไทยอยู่ที่กว่า 20% ซึ่งมีทั้งเป็นเศรษฐีเก่าและเศรษฐีใหม่ ซื้อทั้งอยู่จริงและซื้อลงทุนปล่อยเช่า โดยค่าเช่าอยู่ที่ 120,000 บาทต่อเดือน” นายกรณ์กล่าว

Advertisement

นายกรณ์กล่าวว่า สำหรับโครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ พร้อมเข้าอยู่ตั้งแต่ไตรมาส 4 /2565 บริษัทมั่นใจถึงสิ้นปีนี้โอนได้ตามเป้าที่วางไว้ 2,200 ล้านบาทและปิดการขายในปี 2566 เพราะลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะห้องขนาดใหญ่ มีลูกค้าคนไทยซื้อเพนต์เฮ้าส์ 3 ชั้นแล้วคอมบายเป็นขนาดใหญ่พื้นที่ใช้สอย 1,000 ตารางเมตร

น.ส.กมลทิพย์ บำรุงชาติอุดม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้ตลาดคอนโดมิเนียมผ่านจุดต่ำสุดแล้วและมีแนวโน้มจะดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเอพีสามารถปิดการขายแล้ว 5 โครงการ และเปิดโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างขาย 3 โครงการ ได้แก่ แอสปายสุขุมวิท-พระราม 4  มียอดขาย 23% ,แอสปายปิ่นเกล้า-อรุณอมรินทร์ มียอดขาย 59% ,แอสปาย รัชโยธิน มียอดขาย 41% อีก 2 โครงการจะเปิดตัวไตรมาส4/2565 มีแอสปายอ่อนนุช สเตชั่น และ ไลฟ์พหลโยธิน-ลาดพร้าว โดยทั้งปีตั้งเป้ายอดขาย 12,000 ล้านบาท ซึ่ง 8 เดือนมียอดขายแล้ว 7,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 345%

น.ส.กมลทิพย์ กล่าวว่า ขณะที่มูลค่ายอดขายรอโอนของคอนโดมิเนียม (Backlog) อยู่ที่ 19,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบริษัทพัฒนาเอง มูลค่า 2,200 ล้านบาท และร่วมทุนมูลค่า 16,800 ล้านบาท จะทยอยส่งมอบในช่วงที่เหลือปีนี้ 5,500 ล้านบาท รวมถึงโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ “ริทึ่ม เอกมัย เอสเตท” จำนวน 303 ยูนิต มูลค่า 3,350 ล้านบาทที่บริษัทกลับมาทำตลาดในรอบ 3 ปี ส่วนที่เหลือจะทยอยส่งมอบในปีถัดไป ขณะที่ในภาพรวมทั้งบริษัทมั่นใจยอดโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้จะทำได้ตามเป้า 47,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกมียอดโอนแล้ว 25,300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 21,700 ล้านบาท จะทยอยโอนในช่วงครึ่งปีหลัง

“ปีนี้มีลูกค้าต่างชาติสนใจซื้อคอนโดของเอพีกว่า 30% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 20% เป็นเพราะเปิดประเทศ โดยส่วนใหญ่ซื้ออยู่เอง หลักๆเป็นคนจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และเมียนมาที่เริ่มเห็นมากขึ้น ซึ่งโครงการริทึ่มเอกมัย เอสเตท เจาะกลุ่มไฮเอนด์ ราคาเริ่ม 7.9 ล้านบาท มีต่างชาติมาซื้อถึง 30%คาดว่าจะปิดการขายได้อีก 2 ปี” น.ส.กมลทิพย์กล่าว