กสิกรไทย ควักเงิน 2 แสนล้าน ดัน ESG เสริมศักยภาพใหม่เศรษฐกิจไทย
เมื่อวันที่ 21 กันยายน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK บรรยายพิเศษหัวข้อ จุดเปลี่ยน…ศักยภาพใหม่เศรษฐกิจไทย ในงานสัมมนา ESG FORUM จัดโดยประชาชาติธุรกิจ ว่าปัจจุบันเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงการฟื้นตัว และยังมีความเสี่ยง โดยความท้าทายที่โลกกำลังเผชิญ เช่น โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของผู้บริโภค รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น เรื่อง ESG จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนศักยภาพใหม่ของเศรษฐกิจไทย ถ้าหากธุรกิจต่างๆ ไม่ดำเนินการเข้าร่วม หรือให้ความสำคัญในเรื่องนี้ อาจทำให้สูญเสียโอกาสในการทำธุรกิจ และความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและลูกค้าได้ ดังนั้น ESG ไม่ใช่เรื่องการกุศล แต่เป็นเรื่องของธุรกิจ
สำหรับการศึกษาและได้ดูงานที่ราชอาณาจักรสวีเดนในกรุงสตอกโฮล์ม พบว่ามียูนิคอร์น หรือสตาร์ตอัพเกิดใหม่ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของสิ่งแวดล้อม 200-300 ราย เช่น ธุรกิจพลังงานสะอาดในราคาถูกจะเข้ามาเป็นคู่แข่งของอีวี ธุรกิจธรรมชาติเพื่อลดคาร์บอน พลังงานนิวเคลียร์ที่สำหรับสร้างไฟฟ้าด้วยการผลิตใหม่ๆ เป็นต้น คาดว่าการทำธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจะเติบโตได้มากขึ้น เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ

ดังนั้น หากจะทำให้ธุรกิจจะประสบความสำเร็จในเรื่องสิ่งแวดล้อมมีทั้งหมด 8 เรื่อง 1.ต้องทำธุรกิจด้วยทัศนคติที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง 2.ต้องทำได้ด้วยต้นทุนที่ถูกที่สุด และต่ำที่สุด เช่น การทำพลังงานสะอาดต้นทุนต้องต่ำกว่าพลังงานอื่นๆ เป็นต้น 3.การระดมเงินทุน 4.สร้างขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ 5.ต้องทำงานร่วมกับอีโคซิสเต็มทั้งซัพพลายเออร์และลูกค้า 6.มีการดำเนินงานที่ยั่งยืน 7.มีกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาองค์กร และ 8.การมีแหล่งเงินลงทุนต่ำ โดยสิ่งที่ธนาคารพาณิชย์สามารถช่วยได้ก็จะสนับสนุนการให้บริการอย่างเต็มที่ที่สุด เพื่อสร้างธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจที่ดีได้
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยได้ทำโครงการ “GO GREEN Together” สนับสนุนให้เกิดกรีนอีโคซิสเต็ม สู่การเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2573 โดยได้เตรียมวงเงินไว้ที่ 2 แสนล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับทุกธุรกิจให้เกิดการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจได้จริงภายใต้การดำเนินการของ ESG โดยเริ่มจากพอร์ตที่มีอยู่ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะพิจารณาในอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนมากที่สุด ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพูดคุย เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน ธนาคารจะทยอยลดการปล่อยสินเชื่อเพื่อให้ลูกค้าเปลี่ยนแปลงเป็น Net Zero โดยคาดว่าภายในปี 2573 ลูกค้ากลุ่มนี้จะสามารถเป็น Net Zero ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้


