ส.อ.ท.ห่วงบาทอ่อนดันพลังงานพุ่ง เตือน 1.5 หมื่น รง.ทั่วประเทศ ปรับตัวสู้วิกฤตด่วน!
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ ‘มติชน’ ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันว่า แม้ว่าสถานการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นจะปรับตัวดีขึ้นในรอบ 3 เดือน แต่สิ่งที่ต้องรับมือคือ เรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่กำลังปรับขึ้น ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เป็น 4.72 บาทต่อหน่วย จากเดิม 3.8 บาทต่อหน่วย ซึ่งถือว่าหนักมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ต้นทุนถูกกว่า อาทิ เวียดนาม 2 บาทกว่าต่อหน่วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลดความสามารถในการแข่งขันในเรื่องต้นทุนลดลง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก อาทิ อุตสาหกรรมเหล็ก เยื่อแก้ว ซีเมนต์ เซรามิก
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงแตะ 37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แม้จะส่งผลดีแต่ภาคส่งออกแต่ก็เป็นกลุ่มเล็ก เป็นประโยชน์ต่อเอกชนกลุ่มหนึ่ง แต่ประชาชนและเอกชนที่เน้นนำเข้าวัตถุดิบ สินค้า จะเดือดร้อน โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงาน ที่ปัจจุบันราคาก็สูงอยู่แล้ว จะทำให้คนไทยมีรายจ่ายด้านพลังงานมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะเจอกับเรื่องดอกเบี้ยนโยบายที่ต้องปรับขึ้นตามเฟด กดดันภาวะดอกเบี้ยแพงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และประชาชนรายย่อยที่มีหนี้สิน ต้องจ่ายดอกเบี้ย ที่ยิ่งรับภาระเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย
ล่าสุด อีกปัญหาสำคัญ คือ น้ำท่วม หลายฝ่ายกลัวว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่แบบปี 2554 หรือไม่ เพราะตอนนี้มีสัญญาณทั่วโลกถึงภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดปัญหาภูมิอากาศแปรปรวน อย่างที่ปากีสถานเกิดระเบิดฝนที่ลงมาครั้งใหญ่ ทำให้พื้นที่ 1 ใน 3 ของประเทศเกิดน้ำท่วม พืชผลการเกษตรเสียหาย คนและสัตว์เลี้ยงตาย เป็นสิ่งที่ห้ามประมาท หากในไทยยังมีพื้นที่เพียงพอสำรองน้ำควรวางแผนให้ดี แต่ภูมิอากาศที่แปรปรวนมากก็ควบคุมได้ยาก และน้ำท่วมส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น เสียเวลามากขึ้น ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งปัจจัยที่เข้ามากระทบในช่วงนี้ ทำให้ต้นทุนทุกอย่างแพงหมด
ในขณะที่ ส.อ.ท.ได้ออกมาตรการสนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนเครื่องจักร และปรับไฟส่องสว่างให้เป็นแบบแอลอีดี เป็นต้น เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้า โดยปัจจุบัน ส.อ.ท.มีสมาชิกทั้งหมด 1.5 หมื่นบริษัท ขณะนี้สิ่งที่ช่วยได้เร็วที่สุด คือการออกมาตรการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจำเป็นต้องใช้กำลังไฟฟ้าเท่าเดิม แต่ถ้าหันไปใช้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นรุ่นใหม่ ก็ช่วยลดการใช้พลังงานได้ ส่วนประชาชนทั่วไปก็ต้องมีการใช้พลังงานอย่างประหยัดด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ทันที ในการบรรเทาปัญหาพลังงานราคาแพง

