หุ้นไทยแข็งแกร่งดีดบวก 11.84 จุด ไม่หวั่นสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย
วันที่ 22 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบสลับบวก โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,633.45 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,645.29 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 11.84 จุด หรือ 0.72% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,649.29 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,627.34 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 67,375.23 ล้านบาท
โดย นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย เห็นดัชนีย่อตัวลงไปก่อน และดีดกลับขึ้นมาได้ตามที่คาดการณ์ไว้ สัญญาณในภาพรวมยังมีทิศทางตลาดแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคค่อนข้างมาก โดยโมเมนตัมอาจมีจังหวะตกใจบ้าง หลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่งสัญญาณออกมาค่อนข้างก้าวร้าว ในการยืนยันปรับขึ้นดอกเบี้ยเรื่อยๆ จนกว่าจะสามารถควบคุมภาวะเงินเฟ้อสูงในสหรัฐได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยใหม่ เพราะตลาดรับรู้ไปแล้ว
นายวิจิตร กล่าวว่า ปัจจัยในประเทศ หากท่องเที่ยวยังสามารถฟื้นตัวได้เรื่อยๆ การส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวกระตุกอ่อนๆ การบริโภคในประเทศยังเห็นการสนับสนุนของภาครัฐ หากเป็นแบบนี้ต่อไป ยังเชื่อว่าสัญญาณเศรษฐกิจในประเทศเป็นขาของการฟื้นตัวขึ้นมาทั้งช่วงที่เหลือปีนี้ และปีหน้า โดยทิศทางต่อจากนี้ หลังจากผ่านการประชุมเฟดแล้ว ก็จะเป็นการปลดล็อกของดัชนีก่อน เพราะไม่มีประเด็นอะไรเป็นแรงกดดันที่น่ากังวลมากกว่านี้ โดยต้องติดตามเงินเฟ้อเป็นรายเดือนต่อไป จึงประเมินดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนขาขึ้นได้ ให้แนวรับที่ระดับ 1,640 จุด แนวต้านระดับ 1,660
“ปัจจัยที่จะทำให้ดัชนีร่วงลงมาแตะ 1,600 จุดอีกครั้ง เป็นตัวเลขเงินเฟ้อในระยะถัดไป เพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องแน่นอน ทำให้หลังจากนี้ต้องติดตามต่อว่า การที่เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% จำนวน 3 ครั้งติดนี้ จะช่วยให้ภาวะเงินเฟ้อเริ่มควบคุมได้หรือยัง มีการย่อตัวลงมาบ้างหรือไม่ หากการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือนถัดไปยังเอาไม่อยู่ ก็จะสร้างความกังวลให้ตลาดกลัวว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่านี้อีก” นายวิจิตร กล่าว

