หน้าแรก เศรษฐกิจ ธอส.ยันไม่ขึ้...

ธอส.ยันไม่ขึ้นดอกเบี้ยถึงสิ้นปี’65 เฝ้าระวัง 3 กลุ่มได้รับผลกระทบ

23.09.22 | 14:42 น.

ธอส.ยันไม่ขึ้นดอกเบี้ยถึงสิ้นปี’65 เฝ้าระวัง 3 กลุ่มได้รับผลกระทบ

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ยืนยันจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับลูกค้าจนถึงปลายปี 2565 นี้ แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ตาม เนื่องจากธนาคารต้องการแบ่งเบาภาระให้กับประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล แม้จะทำให้ธนาคารรายได้หายไปกว่า 1,900 ล้านบาทก็ตาม

อย่างไรก็ดี ในปี 2566 ธนาคารจะทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับตลาด โดยจะมีการทยอยปรับตารางผ่อนในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2566 ซึ่งคาดว่าหากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 0.25% ลูกค้าของธนาคารจะได้รับผลกระทบหลักพันบัญชี แต่หากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 0.50% จะมีลูกค้าได้รับผลกระทบหลักหมื่นบัญชี แต่ธนาคารยังบริหารจัดการได้ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว เป็นลูกค้าเงินกู้ต่ำกว่า 2 ล้านบาท การปรับอัตราชำระหนี้ก็จะไม่ได้เพิ่มสูงมาก

ทั้งนี้ เมื่อมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจะมี 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ลูกค้าใหม่ที่จะกู้ได้วงเงินน้อยลง เนื่องจากต้องเสียดอกเบี้ยมากขึ้น 2.ลูกหนี้ที่เป็นเอ็นพีแอลอยู่แล้ว และอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งอาจจะมีภาระการผ่อนมากขึ้น และ 3.กลุ่มลูกหนี้ปัจจุบันที่อาจจะมีภาระการผ่อนชำระหนี้มากขึ้น เพราะเงินงวดไม่พอตัดต้นกับดอกเบี้ย

“ขอให้ลูกค้าเข้าใจ อย่าแพนิกเกินไปเมื่อดอกเบี้ยขึ้น และขอแนะนำให้ไปดูสัญญาเงินกู้ของตัวเองว่าเป็นอย่างไร หากเป็นสัญญาเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยคงที่ เช่น บ้านล้านหลัง ก็จะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะอัตราดอกเบี้ยยังคงที่นานถึง 4 ปี แต่หากเป็นเงินกู้ผูกกับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง ในส่วนของลูกหนี้ที่มีวงเงินสูง อย่างไรก็ดี ธอส.มีนโยบายที่จะดูแลลูกหนี้ให้มากที่สุดเพราะมีการคำนวณเงินงวดที่มีความยืดหยุ่นรองรับไว้แล้วมากกว่าธนาคารทั่วไป อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าห่วงสำหรับแนวโน้มดอกเบี้ยเงินกู้ปรับเพิ่มสูง คือ สินเชื่อที่มีการให้วงเงินสูง แต่ยอดผ่อนต่ำ รวมถึงสินเชื่อที่มีเงินทอน ที่ให้ราคาเงินกู้มากกว่าหลักประกัน ธนาคารกังวลว่าจะเป็นกลุ่มที่ผ่อนต่อไม่ไหว โดย ธปท.ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้” นายฉัตรชัยกล่าว

นายฉัตรชัยกล่าวว่า ขณะที่ผลการดำเนินงานปล่อยสินเชื่อของธนาคารนั้น ปัจจุบัน ณ วันที่ 20 ก.ย. สามารถปล่อยได้เชื่อได้แล้วกว่า 197,000 ล้านบาท มั่นใจปีนี้ธนาคารว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 300,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน ขณะที่กำไรปีนี้มั่นใจจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ที่ 13,000-14,000 ล้านบาท และ ธอส.ยังได้มีการปรับแผนการระดมทุนเพื่อปล่อยสินเชื่อในช่วงที่ดอกเบี้ยขาขึ้น โดยที่ผ่านมา ธอส.ได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากดอกเบี้ยสูง 18 เดือน พันธบัตร หรือสลากที่จะออกเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เพื่อเป็นการล็อกเรตดอกเบี้ยในระดับไม่สูงมากนัก

Advertisement

ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปรับเพิ่มขึ้น 10,000 ล้านบาท จาก 59,000 ล้านบาท มาอยู่ที่ 68,000 ล้านบาท หรือ 4.41% อย่างไรก็ตาม แม้เอ็นพีแอลจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่กังวล เนื่องจากลูกหนี้ NPL ดังกล่าวเป็นลูกหนี้ที่สามารถติดต่อได้

ส่วนความคืบหน้าขอกระทรวงการคลังขยายเวลาลดเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ทั้ง 4 แห่ง จาก 0.25% เหลือ 0.125% ซึ่งจะสิ้นสุดในสิ้นปีนี้นั้น โดยกระทรวงการคลังพร้อมพิจารณาในเรื่องดังกล่าวหากเป็นประโยชน์กับประชาชน ขณะที่แนวโน้มปี 2566 ที่ต้องติดตาม คือ สินเชื่อจะร้อนแรงเหมือนปีนี้หรือไม่ รวมถึงแนวโน้มเอ็นพีแอลที่มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่ยังต้องจับตามอง