“หอค้า” แจงผลบวก-ไม่กังวลบาทอ่อน “ส่งออก-ลงทุน-ท่องเที่ยว” รับอานิสงส์

24.09.22 | 07:55 น.

ข่าวหน้า 1 “หอค้า”แจงผลบวก-ไม่กังวลบาทอ่อน “ส่งออก-ลงทุน-ท่องเที่ยว”รับอานิสงส์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า เงินบาทอ่อนค่าเกินกว่า 37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สะท้อนว่ามีเงินทุนไหลออก แต่เป็นการไหลออกจากการลงทุน ถือเป็นเรื่องปกติ ขณะเดียวกันความต่างจากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นของสหรัฐยังดึงดูดเม็ดเงินจากประเทศต่างๆ ไหลเข้าสหรัฐ ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เงินบาทอ่อนค่าลงนี้ ยังถือว่าไม่อ่อนเกินไปหากเทียบกับหลายประเทศ ไทยไม่ได้สูญเสียความสามารถการแข่งขันเท่าไรนัก เพราะประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่เงินอ่อนค่าลงเช่นกัน ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพราะมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ คาดว่าดอกเบี้ยจะขึ้นไปถึงประมาณ 4.5% จะกดดันให้ค่าเงินของประเทศต่างๆ อ่อนค่าลงอีกรวมถึงไทยด้วย

“บ้านเรายังมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เหลืออีก 2 ครั้งเช่นกัน คือกันยายนและพฤศจิกายน คาดว่าจะขยับดอกเบี้ยขึ้นประมาณ 0.5% ภาคเอกชนและประชาชนต้องปรับตัว ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เองก็สามารถใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือควบคุมไม่ให้บาทอ่อนจนเกินไป เชื่อว่าปลายไตรมาส 4 ค่าเงินบาทจะเริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ในกรอบ 36.5-37.0 บาท” นายสนั่น กล่าว

นายสนั่น กล่าวว่า ค่าเงินบาทขณะนี้เคลื่อนไหวตามกลไกตลาด ต้นทุนการนำเข้าจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีก ดังนั้น ภาคเอกชนต้องหาวิธีบริหารจัดการกับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ขณะที่ราคาน้ำมันทรงตัวประมาณ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือว่าไม่สร้างแรงกดดันมากนัก ภาคเอกชนมองว่าค่าเงินบาทที่เหมาะสมในระยะปานกลางควรอยู่ในระดับ 35-36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นระดับที่ดีต่อการส่งออก ไม่ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าเพิ่มมากเกินไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินไม่ให้มีความผันผวน

“แม้ค่าเงินบาทอ่อนจะกระทบต่อภาคการนำเข้า แต่กลับเป็นโอกาสดีของไทยเรื่องการลงทุนจากต่างชาติ ในขณะเดียวกัน ภาคการส่งออก ภาคเกษตร และภาคการท่องเที่ยวจะได้รับอานิสงส์ด้วย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นไตรมาสสุดท้ายปีนี้ เป็นฤดูท่องเที่ยว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปหนีหนาวมาเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้น รวมทั้งช่วงปลายปีรัฐบาลจีนอาจเริ่มผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกนอกประเทศได้มากขึ้น เชื่อว่านักท่องเที่ยวทั้งปีน่าจะถึง 10 ล้านคนหรืออาจมากถึง 12 ล้านคน เงินบาทอ่อนโดยสุทธิแล้วจะยังเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจไทย” นายสนั่นกล่าว

นายสนั่น กล่าวว่า ไทยต้องเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาแรงงานในภาคท่องเที่ยวและโรงแรมรวมถึงสายการบินลดลงไปมาก ขณะที่ภาครัฐควรมีนโยบายในการเปิดประเทศชัดเจน รวมทั้งเตรียมความพร้อมของสายการบินแห่งชาติและสายการบินเอกชนอื่นๆ ให้เข้มแข็งนอกจากนั้น การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศก็เป็นสิ่งต้องเร่งดำเนินการเพื่อแข่งขันกับเวียดนาม ไทยต้องมีนโยบายเอื้อประโยชน์การลงทุนของต่างชาติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน หากมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามา 1 ล้านคน จะมีเงินหมุนเวียนจากการจับจ่ายใช้สอยประมาณ 5-6 แสนล้านบาทต่อปี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจขยายตัวได้ประมาณ 2-3%

Advertisement

“ที่ผ่านมาภาคธุรกิจเผชิญกับต้นทุนทางธุรกิจสูงขึ้น อาทิ ราคาพลังงาน วัตถุดิบ ค่าจ้างแรงงาน รวมไปถึงปัญหาเงินเฟ้อ ต่อจากนี้อาจต้องเตรียมใจรับวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นเพิ่ม แต่เชื่อว่าช่วงเวลาการขึ้นดอกเบี้ยเป็นช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศพร้อมแล้ว” นายสนั่นกล่าว

………….