หน้าแรก เศรษฐกิจ รมว.คลัง ยันย...

รมว.คลัง ยันยังไม่หารือชัดเจน รีดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย ‘สุรา-ยาสูบ’ เป็น 10%

26.09.22 | 17:05 น.

‘อาคม’ ยันยังไม่ได้หารือชัดเจน กรณีเล็งรีดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย 10%

เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีแนวทางการจัดเก็บอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 2 อัตรา ที่ในหลายๆ ประเทศได้ใช้ในลักษณะเดียวกัน โดยสินค้าจำเป็นหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคจะไม่กระทบประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งจะจัดเก็บภาษีอัตราปกติ 7% ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือย อาทิ สุรา ยาสูบ เบียร์ สินค้าแบรนด์เนม ร้านอาหารราคาแพง จะมีจัดเก็บในอัตราที่สูงกว่า 7% หรือประมาณ 10% นั้น เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่มีการหารือในเรื่องนี้อย่างจริงจัง

นายอาคมกล่าวว่า หากจะมีการจัดเก็บในแนวทางดังกล่าวนี้ ก็ต้องดูว่าทำไมถึงต้องมี โดยเฉพาะในเรื่องของสินค้ากลุ่มฟุ่มเฟือยที่อาจมีการเก็บภาษีเพิ่มมากกว่าอัตราปกตินั้น โดยการปรับขึ้นภาษีสินค้าก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละประเทศ ซึ่งตอนนี้ยืนยันว่ายังไม่ได้หารือกันถึงแนวทางคิดดังกล่าวนี้ แม้มีหลายประเทศทำอยู่ และหากประเมินความเป็นไปได้ ประเทศไทยก็สามารถทำในลักษณะนี้ได้เช่นกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจ รวมถึงข้อจำกัดในการจัดเก็บรายได้

นายอาคมกล่าวอีกว่า ตามหลักเกณฑ์ของไทยในปี 2565 การจัดเก็บรายได้ที่ผ่านมาถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย แม้มีส่วนหนึ่งนำไปช่วยภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล แต่ส่วนนี้อยู่ในขีดที่สามารถบริหารจัดการได้ และคาดว่าการจัดเก็บรายได้ในปีนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

“การเตรียมแผนรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2566 อันนี้เรามีการประเมินและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว” นายอาคมกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

นายอาคมกล่าวว่า สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อยู่ในโซนอ่อนค่านั้น มองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการดูแลติดตามอยู่ตลอดเวลา รวมถึงการไหลออกและเข้าของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ด้วย ซึ่งกระทรวงคลังเองก็มีการสอบถามถึงภาวะเงินทุนไหลออกที่ไม่ได้มีปัจจัยอะไรเป็นพิเศษแบบมีนัยสำคัญ ในส่วนของกรอบเงินเฟ้อที่หลุดกรอบไปนั้น ได้หารือกันเบื้องต้น ซึ่ง ธปท.ก็ได้ติดตามอยู่ตลอดเวลา โดยมาตรการทางการเงินก็ขึ้นอยู่กับ ธปท.ว่าจะดูแลอย่างไร

นายอาคมกล่าวว่า ส่วนต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาน้ำมันถือเป็นต้นทุนใหญ่ กระทรวงคลังมีการนำมาตรการทางภาษีเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ก็มีการควบคุมราคาขายปลีกเบื้องต้น รวมถึงการนำเข้าสินค้าบางตัว ได้คุยกับกระทรวงพาณิชย์ในการยืดเวลา ช่วยเพิ่มภาระด้านภาษีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ โดยหากเงินเฟ้อเกินกรอบที่วางไว้ ในข้อกำหนดจะต้องมีการหารือกัน และขณะนี้ยังไม่มีโอกาสในการปรับเปลี่ยนกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ แม้จะหลุดกรอบไปแล้วก็ตาม