มร.คาร์สเทน โนเบล ประธานกรรมการบริหาร เฮงเค็ล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้คณะกรรมการบริหารบริษัทเฮงเค็ลได้ร่วมกันนำเสนอผลการดำเนินงานตามวาระการเติบโตอย่างมีเป้าหมายในวันตลาดทุนของเฮงเค็ล โดยเน้นย้ำถึงอัตราการเติบโตของธุรกิจและศักยภาพในการสร้างรายได้ของ 2 หน่วยธุรกิจ ได้แก่ หน่วยธุรกิจเทคโนโลยีกาว และอนาคตของธุรกิจแบรนด์ผู้บริโภค
“ถือว่าเป็นการปรับใช้โครงสร้างองค์กรใหม่ที่สามารถทำได้สำเร็จก่อนช่วงเวลาที่ได้ประกาศไว้ ทั้งยังได้เพิ่มแนวทางของยอดขายตลอดปี 2565 สำหรับกลุ่มบริษัทเฮงเค็ลทั้งหมดและหน่วยธุรกิจเทคโนโลยีกาว โดยในไตรมาสสามที่ผ่านมา ยอดขายแบบออร์แกนิคยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง”
มร.โนเบล กล่าวว่า จุดที่เน้นย้ำในวันตลาดทุน คือ สองหน่วยธุรกิจ ได้แก่ธุรกิจเทคโนโลยีกาวและธุรกิจแบรนด์ผู้บริโภค ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง มีความได้เปรียบทางเทคโนโลยีและเป็นธุรกิจที่น่าสนใจด้วยแบรนด์ชั้นนำระดับโลก นอกจากนี้ การให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนในทุกมิตินั้นได้รับการยืนยันอีกครั้งว่าเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการดำเนินการตามวาระการเติบโตอย่างมีเป้าหมายของบริษัท ทั้งสำหรับหน่วยธุรกิจและในระดับกลุ่มบริษัท เห็นได้จากแนวโน้มการเติบโตของยอดขายออร์แกนิค สำหรับปีงบประมาณ 2565 มีการปรับเพิ่มขึ้น
“ในมุมมองของการเติบโตยอดขายที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของธุรกิจเทคโนโลยีกาว วันนี้เราได้ปรับปรุงทิศทางการดำเนินงานของปีงบประมาณ 2565 สำหรับทั้งหน่วยธุรกิจเทคโนโลยีกาวและกลุ่มบริษัทเฮงเค็ล นอกจากนี้เรายังคงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนทั้งในเรื่องของวัตถุดิบ โลจิสติกส์ และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจนส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัท”
มร.โนเบล กล่าวว่า เฮงเค็ลได้คาดหมายว่าการเติบโตของยอดขายในระดับกลุ่มจะเพิ่มขึ้น 5.5%-7.5% ในปีงบประมาณ 2565 จากก่อนหน้าคาดไว้ 4.5% – 6.5% สำหรับหน่วยธุรกิจเทคโนโลยีกาว การเติบโตของยอดขายคาดว่าจะเพิ่มขึ้นระหว่าง 10% – 12% (ก่อนหน้านี้ คาดไว้ที่ 8% – 10%) สำหรับธุรกิจบิวตี้แคร์ ยังคงคาดว่าการเติบโตของยอดขายจะยังคงถดถอยในช่วง 1% – 3% ตามผลดำเนินการตามมาตรการปรับพอร์ตโฟลิโอที่ประกาศไว้สำหรับปี 2565 ส่วนหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น 4% – 6%
“ด้วยธุรกิจเทคโนโลยีกาวของเรา เราเป็นผู้นำระดับโลกในการนำเสนอโซลูชั่นนวัตกรรม ซึ่งมุ่งเน้นไปที่เมกะเทรนด์ เช่น ความยั่งยืน e-mobility และการเชื่อมต่อ การควบรวมแบรนด์ผู้บริโภคถือเป็นก้าวย่างเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับเราในการสร้างแพลตฟอร์มหลายหมวดหมู่และนำเสนอออกไปทั่วโลก ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้และดำเนินการตามวาระการเติบโตอย่างมีเป้าหมายของเราได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง” ประธานกรรมการบริหาร เฮงเค็ล กล่าว

