‘ส.โรงแรม’ ชี้ไฮซีซั่นเที่ยวไทยสดใส แถมรัฐจ่อประกาศโควิดเป็นโรคประจำถิ่น

28.09.22 | 13:56 น.

‘ส.โรงแรม’ ชี้ไฮซีซั่นเที่ยวไทยสดใส แถมรัฐจ่อประกาศโควิดเป็นโรคประจำถิ่น

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปี 2565 โดยเฉพาะฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) 3 สุดท้ายของปี (ตุลาคม-ธันวาคม) ปกติจะปรับตัวดีขึ้นอยู่ เพราะตามธรรมเนียมจะพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยมากกว่าช่วงปกติของทั้งปี ทำให้การเตรียมประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถือเป็นปัจจัยบวกสนับสนุนเบื้องต้นด้วย

“การเข้ามาของตลาดต่างชาติในช่วงไฮซีซั่นนี้ ตลาดที่สำคัญโดยเฉพาะชาวยุโรป สแกนดิเนเวีย และเห็นรัสเซียที่มีเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น โดยพฤติกรรมของชาวยุโรปตอนนี้เลิกสวมใส่หน้ากากอนามัยแล้ว ทำให้การประกาศของรัฐบาลในการให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่นก็ถือว่าดีมาก เพราะการจะสวมหรือไม่สวมหน้ากากอนามัย จะขึ้นอยู่กับการเลือกของแต่ละบุคคล ไม่ได้เป็นการบังคับอีกต่อไป” นางมาริสา กล่าว

นางมาริสา กล่าวว่า ขณะนี้ยังเห็นอุปสรรคในหลายเรื่อง ได้แก่ การถดถอยในด้านเศรษฐกิจโลก การปรับขึ้นของราคาน้ำมัน ทำให้คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติคงไม่ได้เข้ามาในปริมาณมากๆ เหมือนที่คาดหวังไว้แน่นอน แต่หากประเมินเป้าหมายที่ 10 ล้านคนทั้งปี 2565 คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายได้ เพราะมีสะสมแล้วประมาณ 6 ล้านคน และ 3 เดือนสุดท้ายทำได้ที่ 1.5 ล้านคนต่อเดือน ก็มีโอกาสไปถึงเป้าหมายได้ บวกกับประเทศอื่นๆ มีการปลดล็อกเปิดประเทศเพิ่มด้วย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี ที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น

นางมาริสา กล่าวว่า สำหรับการเปิดประเทศท่องเที่ยวมากขึ้น จะทำให้การแข่งขันช่วงชิงตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติรุนแรงมากขึ้นหรือไม่นั้น มองว่าไทยยังได้เปรียบในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งอยู่ในใจกลางอาเซียน และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย รวมถึงหากประเมินราคาที่จ่ายในการเที่ยวไทย จะพบว่าแม้ตอนนี้ราคาจะสูงขึ้น แต่ก็มีความคุ้มค่า โดยเฉพาะในตลาดยุโรป ที่มีการพำนักระยะยาวกว่าภาพรวม เฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์ บวกกับตอนนี้ค่าเงินบาทอ่อนด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถแลกเงินบาทได้มากขึ้นด้วย

นางมาริสา กล่าวว่า ไฮซีซั่นปีนี้คาดว่าจะดันอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 48-50% แต่อาจเห็นบางโรงแรมปรับสูงกว่า 80% ได้ โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่อยู่ในแหล่งธุรกิจ และรองรับลูกค้ากลุ่มนี้เป็นหลัก แต่โรงแรมระดับ 3 ดาวลงมา อัตราการเข้าพักก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวดีมากนัก โดยการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในภาพรวม เทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด ปี 2562 อัตราการเข้าพักอยู่ที่ 70% ปี 2563 โควิดเริ่มระบาด อัตราการเข้าพักเหลือ 30% เพราะต่างชาติยังเดินทางได้บ้าง ก่อนที่ปี 2564 อัตราการเข้าพักจะลดลงเหลือเพียง 9% เท่านั้น เพราะมีการล็อกดาวน์ โดยหากประเมินจากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2562 เข้ามาเกือบ 40 ล้านคน แต่ทั้งปีนี้มีเข้ามา 10 ล้านคนตามคาดการณ์ ก็เท่ากับเราฟื้นตัวขึ้นมาเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น

Advertisement