หุ้น-น้ำมันร่วง สวนทางดอลลาร์แข็งค่า โลกหวั่น ศก.ถดถอย สถานการณ์ยูเครนทรุดหนัก
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ราคาหุ้นและราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงสวนทางกับการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ไต่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีเมื่อวันที่ 28 กันยายน ท่ามกลางความกังวลถึงภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันบรรดานักลงทุนเริ่มมีความกังวลมากขึ้นถึงสถานการณ์ต่อจากนี้หลังรัสเซียประกาศชัยชนะในประชามติแยกตัวของ 4 แคว้นในยูเครนที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้
นักลงทุนกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดมาที่อังกฤษ หลังนายควาซี กวาร์เต็ง รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอังกฤษ ประกาศแผนปรับลดการจัดเก็บภาษีเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดการเงิน ทำให้สกุลเงินปอนด์ร่วงแตะจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นำไปสู่การส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงแก่เศรษฐกิจอังกฤษ ในขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวดีขึ้นเล็กน้อยในวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ของตลาดหุ้นในยุโรปและนิวยอร์กยังคงปิดตลาดด้วยตัวเลขสีแดง โดยตลาดหุ้นวอลสตรีตมีการขยับตัวเล็กน้อยจากข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของผู้บริโภคในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งอาจเกิดจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง และยอดซื้อขายบ้านที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ตัวเลขแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของบรรดาชาติชั้นนำของโลก ถึงแม้ว่าธนาคารกลางของสหรัฐจะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง และคาดว่าจะประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อหวังที่จะลดภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงที่สุดในรอบ 40 ปี
ในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐได้ออกมาเน้นย้ำว่าจะคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมราคาสินค้าให้อยู่ในการควบคุมถึงแม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจก็ตาม
แนวโน้มของนโยบายการเงินที่เข้มงวดนี้ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะหุ้น ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ได้พุ่งแตะ 4% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้น ดาวน์โจน และเอสแอนด์พี 500 ปิดตลาดลดลงเมื่อวันที่ 27 กันยายน แม้ดัชนีแนสแด็กจะปรับขึ้นเล็กน้อย ด้านตลาดหุ้นในเอเชียกลับมาปิดตลาดลดลงอีกครั้งในหลายตลาดทั่วเอเชีย
ในส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็นสกุลเงินที่ได้รับความเชื่อมั่นหลังธนาคารกลางสหรัฐชูนโยบายเข้มงวด ด้านธนาคารเครดิตสวิสออกมาให้ข้อมูลว่า ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐดึงดูดผู้คนให้ถือเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น และตราบใดก็ตามที่นโยบายการเงิน การคลังทั่วโลกยังไม่สามารถทำให้ค่าเงินของตัวเองแข็งค่าขึ้นได้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก็ยังคงแข็งค่าต่อไป
ด้านสถานการณ์โลกในขณะนี้ก็ยังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นในยูเครน หลัง 4 แคว้นในยูเครนที่รัสเซียได้ทำการยึดครองได้ประกาศชัยชนะในการทำประชามติ และรัสเซียได้ออกมาประกาศพร้อมใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อปกป้องอาณาเขตของตน
ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และเวสต์เท็กซัสปรับตัวลดลงมากกว่า 2% จากความกังวลถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย และแหล่งข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์กกล่าวว่า สหรัฐมีน้ำมันเก็บอยู่ในคลังเพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านบาร์เรลในอาทิตย์ที่แล้ว โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 2.1% ที่ 84.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเวสต์เท็กซัสลดลง 2.2% ที่ 76.76 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
การลดลงราคาของน้ำมันดิบมีขึ้นถึงแม้จะมีรายงานว่ารัสเซียจะเรียกร้องให้โอเปคและบรรดากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันอื่นๆ ลดปริมาณการผลิตลงวันละ 1 ล้านบาร์เรล ในการประชุมโอเปคพลัสที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม

