หนี้เสีย’เอสเอ็มอี’พุ่ง-เริ่มชักดาบ คาดกำลังซื้อในประเทศ’ซึม’ เอกชนรอทิศทางเลือกตั้ง

หนี้เสีย”เอสเอ็มอี”พุ่ง-เริ่มชักดาบ

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า มีแนวโน้มว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในภาคธุรกิจยังคงขยายตัวต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2560 โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) เนื่องจากขณะนี้สภาพคล่องเอสเอ็มอีตึงตัวมาก เพราะการส่งออกปี 2559 ติดลบหรืออาจโต 0% ขณะที่แรงซื้อภายในประเทศยังคงซึมยาวด้วยหลายปัจจัย โดยเฉพาะปัจจัยราคาข้าวที่ตกต่ำจนกระทบเป็นห่วงโซ่ไปยังภาคการผลิตอื่น

“ขณะนี้ยังไม่มีใครพูดถึงเอ็นพีแอลในภาคธุรกิจที่กำลังเป็นปัญหาโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ล่าสุดมีสัญญาณที่ชัดเจนว่าวงการค้ามีการขยายเครดิตจาก 30-90 วันเป็น 90-120 วัน และบางส่วนเริ่มชักดาบจนมีการฟ้องร้องแล้ว” นายธนิตกล่าว

นายธนิตกล่าวว่า ทิศทางการลงทุนของภาคเอกชนคาดว่าจะยังทรงตัวไปจนถึงกลางปี 2560 เนื่องจากอัตรากำลังการผลิตภายในประเทศยังคงมีเหลืออยู่เฉลี่ย 30% ขณะเดียวกันกำลังซื้อในประเทศคาดว่าจะยังซึมและทรงตัวไปอีกระยะหนึ่ง และเอกชนบางส่วนรอทิศทางชัดเจนการเลือกตั้งของไทย แต่อาจมีเอกชนที่วางแผนและลงทุนไปแล้วล่วงหน้า ส่วนการส่งออกต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจโลกใกล้ชิดโดยเฉพาะหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ว่าจะดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงมากน้อยเพียงใด

บทความก่อนหน้านี้ไทย-พม่าร่วมเปิดงานโอท็อปสานสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน ยังคงตอบรับดีเช่นทุกครั้ง
บทความถัดไป14 พ.ย.วันเบาหวานโลก อีกหนึ่งปัญหาสาธารณสุขที่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงมาก