สัญญาณไม่ดี! ตลาดหุ้นมะกันเดือน ก.ย. ร่วง 9.3% เลวร้ายสุดนับตั้งแต่ มี.ค.’63
ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐในเดือนกันยายนปิดฉากลงอย่างไม่ค่อยสวยงามนัก โดยดัชนีตลาดหุ้นลดลงถึง 9.3% ซึ่งถือเป็นการลดต่ำลงรายเดือนที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ซึ่งเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นทั่วโลก
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในเดือนกันยายนปิดขาดทุน 9.3% และถือเป็นไตรมาสที่ 3 ที่มีการขาดทุนติดต่อกัน ทั้งยังอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 และหากนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐร่วงลงไปมากกว่า 1 ใน 4
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 500.10 จุด หรือ 1.7% มาอยู่ที่ระดับ 28,725.51 จุด ลดลงมากกว่า 5% ในไตรมาสที่ 3 ทั้งยังลดลงราว 20% ในปีนี้ ทำให้เข้าสู่ภาวะตลาดหมี โดยดัชนีดาวโจนส์มีการซื้อขายกันใกล้แตะระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563
ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 50,054.85 จุด ที่ 1.5% มาปิดที่ 3,585.62 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลงเกือบ 9% ในเดือนกันยายนและร่วงลงเกือบ 24% ในปี 2565 ซึ่งทำให้ดัชนีอยู่ในช่วงต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551
ส่วนดัชนี Nasdaq ลดลง 161.89 จุด หรือ 1.5% มาอยู่ที่ 10,575.62 จุด หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีร่วงลงอย่างหนักถึง 10.5% ในเดือนกันยายน และลดลง 32.4% ในปีนี้
ปัจจัยหลักยังมาจากความหวาดกลัวว่าอาจเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากธนาคารกลางของสหรัฐและทั่วโลกได้นำมาตรการดอกเบี้ยสูงมาใช้ เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติทั่วโลก
นอกจากนี้ยังมีความวิตกกังวลด้านอื่นๆ รวมถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในสงครามยูเครน แผนการที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการลดภาษีโดยรัฐบาลของอังกฤษซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพันธบัตร เช่นเดียวกับการแข็งค่าอย่างรวดเร็วของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่น ที่ทำให้ผลประกอบการของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐลดลงอย่างมาก

