หน้าแรก เศรษฐกิจ โตเกียว SME จ...

โตเกียว SME จับมือกระทรวงพาณิชย์ จัดงานดึงนักลงทุนไทยไปโตเกียว

3.10.22 | 16:06 น.

โตเกียว SME จับมือกระทรวงพาณิชย์ จัดงานดึงนักลงทุนไทยไปโตเกียว

นายโทรุ ฮอนดะ ตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ศูนย์สนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมกรุงโตเกียว กล่าวว่า เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ จัดสัมมนา “Tokyo-Thailand Business Partnership Seminar” เพื่อกระตุ้นความต้องการลงทุนในกรุงโตเกียว และผลักดันให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในงานดังกล่าว ทางนายไพศิลป์ วรวิสุทธิกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) นายกันตธร วรรณวสุ กรรมการผู้จัดการบริษัท เมดิเอเตอร์ จำกัด ได้ร่วมพูดคุย แสดงความคิดเห็น และแบ่งปันประสบการณ์การทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่น พร้อมแนะนำแนวทางในการร่วมงานกับชาวญี่ปุ่น อีกทั้งยังให้ข้อมูลถึงบรรยากาศการลงทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศ พร้อมการคาดหวังด้านต่างๆ ที่คาดว่าจะสามารถตอบอุปสงค์ในประเทศญี่ปุ่น ชี้ช่องทางการลงทุน โอกาสการลงทุนที่จะเติบโตในอนาคต

“ไทยกับญี่ปุ่นได้ทำธุรกิจการค้าร่วมกันมายาวนานกว่า 50 ปี ซึ่งเราตั้งมั่นที่จะสนับสนุนกิจการวิสาหกิจในกรุงโตเกียวภายใต้การช่วยเหลือ ตั้งแต่การจัดตั้งบุกเบิกและพัฒนาทางการขาย การขยายธุรกิจ ให้ครอบคลุมทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดการลงทุนในประเทศ แม้สถานการณ์โควิดทำให้การทำงานส่งเสริมการลงทุนของเราหยุดชะงักไปกว่า 2 ปี แต่คาดว่าการจัดงานสัมมนาเชิงนโยบายความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้ามิติใหม่ ไทย-ญี่ปุ่น ที่ร่วมกันจัดขึ้นในครั้งนี้ จะสามารถผลักดันให้ความร่วมมือทางธุรกิจขยายตัวต่อไปอย่างต่อเนื่อง”

นายโทรุกล่าวว่า ทั้งนี้ Tokyo Metropolitan Small and Medium Enterprise Support Center ศูนย์สนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมกรุงโตเกียว มีการเปิดสำนักงานในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2015 เพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนไทย-ญี่ปุ่น เพื่อให้การสนับสนุนให้เกิดการลงทุนของนักลงทุนชาวไทยในกรุงโตเกียว การเชื่อมต่อกันของทั้ง 2 ประเทศอย่างลงตัว ซึ่งเห็นได้จากการส่งออกของสินค้าไทยไปที่ประเทศญี่ปุ่นที่มีกว่า 10% ในทางกลับกัน ประเทศญี่ปุ่นเป็นปลายทางการท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของคนไทย ตลอดจนการสำรวจที่พบว่าในประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดให้บริการกว่า 2,000 ร้านค้า

“โตเกียวเป็นเมืองที่น่าลงทุน เนื่องจากมีประชากรมากที่สุดในโลก มี GDP เป็นอันดับที่ 16 ของโลก เป็นเมืองมหาอำนาจ Global Power City อันดับที่ 3 เมืองที่ได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 1 ในปี 2020 อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งบริษัทญี่ปุ่นที่มีเงินทุนจดทะเบียนมากกว่า 1,000 ล้านเยน อยู่กว่า 3,000 บริษัท (คิดเป็นครึ่งหนึ่งของบริษัทขนาดใหญ่ทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่น) เนื่องจากสภาพแวดล้อมต่างๆ เป็นปัจจัยที่เหมาะสมมากต่อการลงทุน รวมถึงการเป็นเมืองที่มีสาธารณูปโภคสูง ครบครัน แม้ต้นทุนการดำเนินงาน ปัญหาแรงงาน และภาระภาษีจะเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในญี่ปุ่น แต่ค่าเงินที่อ่อนลงในขณะนี้ ประกอบกับค่าครองชีพในกรุงโตเกียวที่ไม่สูงขึ้น ยังสามารถส่งผลบวกต่อการเลือกลงทุนในโตเกียว อีกทั้งรัฐบาลยังเร่งส่งเสริมผลักดันนโยบายเกี่ยวกับบุคลากรที่มีทักษะจากต่างประเทศให้สามารถเข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่นหวังช่วยแก้ปัญหาแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิต”

Advertisement

นายโทรุกล่าวว่า หากใครสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศญี่ปุ่น ก็สามารถติดต่อได้ที่ Business Development Center TOKYO (หรือบีดีซีที) ซึ่ง พร้อมสนับสนุนทุกด้านตั้งแต่เรื่องธุรกิจไปจนถึงการใช้ชีวิต เพื่อให้ขยายกิจการในโตเกียวได้อย่างรวดเร็ว โดยกระบวนการเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการระดมทุน ไปจนถึงการขยายช่องทางการจำหน่าย รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ที่จำเป็นต่อการจัดตั้งบริษัทในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีหน่วยงาย Tokyo One-Stop Business Establishment Center (TOSBEC) พร้อมให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทแก่ธุรกิจต่างชาติหรือธุรกิจร่วมทุนโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถดำเนินขั้นตอนต่างๆ สำหรับการจัดตั้งธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว เช่นการรับรองหนังสือบริคณห์สนธิ, การแจ้งจดทะเบียนบริษัท, การจัดการด้านภาษี, การยื่นประกันสังคม และการจัดการด้านเอกสาร ตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯ

“พร้อมบริการให้คำปรึกษาฟรีแก่ธุรกิจต่างชาติในสาขาอุตสาหกรรม 4.0 และธุรกิจด้านการเงินที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและต้องการขยายกิจการสู่เขตมหานครโตเกียว อาทิ การวิเคราะห์และการวางกลยุทธ์ด้านการตลาด การหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ สนับสนุนการจับคู่เจรจาทางการค้าระหว่างบริษัทต่างชาติและบริษัทในโตเกียวผ่านโครงการต่างๆ การบริหารงานเงินการลงทุน ทั้งนี้ ทางกรุงโตเกียวมีโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนสำหรับจัดตั้งสำนักงานใหม่ในเขตโตเกียวอีกด้วย”