หุ้นไทยดิ่งลบ 31 จุด หลังเจอแรงขายต่างชาติ-หลายปัจจัยลบทุบตลาด
วันที่ 3 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,569.15 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,558.05 จุด ปรับลดลง 31.46 จุด หรือ 1.98% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,592.72 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,556.73 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 82,448.41 ล้านบาท
โดย นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดการซื้อขาย ซึ่งสาเหตุเกิดจากหลายปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเนื่อง จากก่อนหน้านี้ที่ขายสุทธิ 6 วันต่อกัน ทำให้ทั้งเดือนกันยายน ต่างชาติขายสุทธิเป็นเดือนที่ 2 ในปีนี้ มูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท ต่อเนื่องจากเดือนมิถุนายน ที่ขายประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งมองว่าเป็นแรงปรับพอร์ตลงทุนของต่างชาติ ที่ก่อนหน้านี้ซื้อสุทธิไทยค่อนข้างมาก
นายณัฐพลกล่าวว่า บวกกับค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า แรงกังวลเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐ การเร่งปรับดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และกลุ่มสถาบันการเงินที่เริ่มได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจถดถอยด้วย โดยดัชนีในปัจจุบัน 1,558 จุด Earning Yield Gap หรือส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนหุ้นเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลอยู่ที่ 3.7% ถือว่าอยู่ในจุดไม่แพง และดัชนีปรับลดลงมาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยค่อนข้างลึก ทำให้แรงขายจากนี้จะเบาลงแล้ว โดยในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของไทย ซึ่งคาดว่าจะออกมาชะลอตัวลง ทำให้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิกลับเข้ามาได้ บวกกับวันที่ 13 ตุลาคมนี้ สหรัฐจะประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ ที่คาดว่าจะเบาลง ทำให้หลังจากนั้นเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) จะไหลกลับเข้ามามากขึ้น เพราะภาพการลงทุนจะเปลี่ยนไปในทิศทางบวกมากขึ้น
“ครั้งนี้เกิดกรณี Forced Sell หรือการที่นักลงทุนที่กู้เงินมาซื้อหุ้น (Margin loan) แล้วหุ้นราคาตกจนถึงจุดหนึ่ง และถูกบังคับขายหุ้นเพื่อเอาเงินมาคืนทัน ซึ่งเห็นค่อนข้างหนักด้วย ทำให้ตลาดหุ้นไทยลงแรงกว่าตลาดอื่นในภูมิภาค โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,550-1,570 จุด ส่วนหุ้นที่แนะนำเป็นแนวโน้มงบออกมาดี อาทิ กลุ่มธนาคาร ได้แก่ เอสซีบี บีบีแอล กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ บีเจซี” นายณัฐพลกล่าว

