หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นร่วง 25 จ...

หุ้นร่วง 25 จุดต่างชาติขายทำกำไรกินส่วนต่างค่าบาท โบรกแนะรอซื้อที่แนวรับ 1,450-1,470

14.11.16 | 16:53 น.
แฟ้มภาพ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวนการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า สาเหตุที่หุ้นไทยวันที่ 14 พฤศจิกายน ปรับตัวลดลงมาซื้อขายในแดนลบตลอดทั้งวันและปิดวันที่1,469.23 จุด ลดลง25.30 จุด หรือ 1.69% จุดสูงสุดของวันอยู่ที่1,483.29 จุด และต่ำสุดที่ 1,467.37จุด เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังคงขายต่อเนื่อง เช่นเดียวกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค ส่วนหนึ่งเพราะต้องการทำกำไรจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง อีกปัจจัยหนึ่งคือโดยปกติเกือบทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคมนักลงทุนต่างชาติจะขนเงินออกและขายสุทธิหุ้นไทย ประกอบกับช่วงนี้มีประเด็นเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมและการชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของนายโดนัล ทรัมป์ ที่จะเน้นผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตจากภายใน จึงเข้ามาเป็นตัวเร่งให้เงินทุนต่างชาติไหลออกเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้แนะนำให้นักลงทุนรอดูว่าดัชนีหุ้นไทยจะหลุด 1,470 หรือไม่ หากไม่หลุดแนวดังกล่าวหุ้นไทยอาจปรับขึ้นไปอยู่ระหว่าง 1,520-1,550 จุดได้ แต่กรณีที่หลุดต่ำไปกว่านั้นให้รอดูจังหวะเหมาะสมในการเข้าซื้อที่ 1,450 จุด โดยกลุ่มที่น่าสนใจคือหุ้นที่กำลังเข้าสู่ดัชนีเอ็มเอสซีไอ ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัทที่ผลประกอบการดีกว่านักวิเคราะห์คาดและเตรียมปรับประมาณการกำไรทั้งปีขึ้นคือ บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด(มหาชน) และบริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน)

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุนต่างชาติมีการเก็งกำไรนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ และเก็งกำไรธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมนี้ ทำให้มีการโยกเงินจากตลาดทองคำและตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่งผลให้ตลาดหุ้นและตลาดทองคำมีความผันผวนอย่างหนัก ดังนั้นอยากให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนและติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงนี้ไม่สามารถประเมินกลไกตลาดในระยะสั้นได้

ทั้งนี้ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 ทางสมาคมได้มีการปรับขึ้นและลงราคาทองคำในประเทศ 10 ครั้ง โดยระหว่างวันราคาร่วงลงต่ำสุดรับซื้ออยู่ที่บาทละ 20,350-20,450 บาท เป็นราคาต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นมาอยู่ระดับ 20,450-20,550 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหุ้นไทยวันที่ 14 พฤศจิกายนเมื่อแยกตามกลุ่มนักลงทุนพบว่า นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 3,628.03 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 365.50ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,552.94ล้านบาท นักลงทุนบุคคลในประเทศซื้อสุทธิ 5,815.48ล้านบาท

Advertisement