หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยปล่อย CO2 ...

ไทยปล่อย CO2 ภาคพลังงานครึ่งปีพุ่ง 6.7% จากเศรษฐกิจประเทศปรับตัวดีขึ้น

5.10.22 | 05:05 น.

ไทยปล่อย CO2 ภาคพลังงานครึ่งปีพุ่ง 6.7% จากเศรษฐกิจประเทศปรับตัวดีขึ้น

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากการใช้พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 131.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 6.7 เพิ่มขึ้นจากภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ในขณะที่ภาคการผลิตไฟฟ้าลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของภาครัฐ เมื่อเปรียบเทียบดัชนีการปล่อยก๊าซ CO2 ภาคพลังงานของประเทศไทยกับต่างประเทศพบว่า ประเทศไทยมีอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ต่อการใช้พลังงาน และอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้า (kWh) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมประเทศจีน) และประเทศจีน

นายวัฒนพงษ์กล่าวว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รายงานอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไทย (GDP) ในไตรมาส 2/2565 ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทย ในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวร้อยละ 2.5 ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว ร้อยละ 2.3 ทั้งนี้ เป็นผลกระทบจากส่งออกบริการเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 54.3 เช่นเดียวกับการบริโภคภาคเอกชน และการอุปโภคภาครัฐที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมทั้งภาคการผลิตที่ขยายตัวได้ดี

ซึ่งปัจจัยดังกล่าวข้างต้นส่งผลต่อการปล่อยก๊าซ CO2 จากการใช้พลังงาน ดังนี้ ภาคการขนส่ง มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซ CO2 ร้อยละ 30 เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ภาคอุตสาหกรรม มีการปล่อยก๊าซ CO2 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 15.9 อยู่ที่ร้อยละ 63.8 ภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซ CO2 ร้อยละ 5 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 14.1 ในขณะที่ภาคการผลิตไฟฟ้า มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซ CO2 สูงสุด คือ ร้อยละ 32 ของการปล่อยก๊าซ CO2 ทั้งหมด มีการปล่อยก๊าซ CO2 ลดลงร้อยละ 5.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับการปล่อยก๊าซ CO2 จากการใช้พลังงานแยกรายชนิดเชื้อเพลิง เชื้อเพลิงหลักที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน/ลิกไนต์ โดยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 พบว่า น้ำมันสำเร็จรูปมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซ CO2 สูงที่สุด คือ ร้อยละ 40 รองลงมา คือ ถ่านหิน/ลิกไนต์ ร้อยละ 31 และก๊าซธรรมชาติ ร้อยละ 29 ทั้งนี้ น้ำมันสำเร็จรูป มีการปล่อยก๊าซ CO2 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 13.1 ถ่านหิน/ลิกไนต์ มีการปล่อยก๊าซ CO2 เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8 ในขณะที่ก๊าซธรรมชาติมีการปล่อยก๊าซ CO2 ลดลงร้อยละ 3.6

Advertisement

นายวัฒนพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเปรียบเทียบการปล่อยก๊าซ CO2 ต่อการใช้พลังงานของประเทศไทยกับต่างประเทศแล้วจะพบว่า ประเทศไทยนั้นมีอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ที่ระดับเฉลี่ย 2.06 พันตัน CO2 ต่อการใช้พลังงาน 1 KTOE ซึ่งเป็นอัตราที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมประเทศจีน) ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน รวมทั้งค่าเฉลี่ยของโลกการที่ประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซ CO2 ต่อการใช้พลังงานก็ค่อนข้างต่ำเช่นกัน เนื่องมาจากประเทศไทยมีนโยบายด้านพลังงานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2022) ซึ่งแผนดังกล่าวมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกมากขึ้น รวมทั้งการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นพลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศตามหลักเกณฑ์ของ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC)