SCBX หนุนเทคโนโลยีเปลี่ยนระบบการเงินสู่โมเดลธุรกิจใหม่
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน Thailand Economic Outlook 2023 หัวข้อ ซีอีโอ Big Corp สู่ธุรกิจแห่งอนาคต ว่า ด้วยเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยหลายประเทศมีการตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้น ซึ่งเป็นตัวที่บังคับให้ไทยต้องปฏิบัติตาม และภาคการเงินก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องมีการดำเนินการเรื่องนี้ด้วย จากข้อสังเกตและได้ทำการวิเคราะห์ที่มีความมั่นใจว่าระบบธุรกิจธนาคารอาจจะมีการหยุดชะงักภายใต้รูปแบบการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น จึงต้องมีการสร้างรูปแบบใหม่ในการจัดตั้งธุรกิจการเงินภายใต้การทำงานของ SCBX
โดยสิ่งที่มองคือเรื่องการทำระบบธนาคาร แต่สิ่งที่มองไปข้างหน้า โดยจะพาเรื่องการเงินไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงคือ 3 เรื่องหลัก 1.Income inequality ความหมายคือความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้ 2.disruptive technologies คือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ๆ และ 3. Environmental concern หรือความใส่ใจสิ่งแวดล้อม จะเป็นการกำหนดยุทธศาสตร์จากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี
นายอาทิตย์กล่าวว่า 1.Income inequality ความหมายคือความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้ โดยในอนาคตจะมีการสร้าง Virtual Bank หรือธนาคารพาณิชย์ที่ดำเนินธุรกิจบนช่องทางดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ ที่เอาความสามารถในเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) การสร้างต้นทุนที่ต่ำลง ความสามารถในเรื่องของคนที่ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงการเงินในการทำธุรกิจและการดำรงชีพผ่านการปรับเปลี่ยน หรือลดภาระและการเข้าถึงเรื่องการเงิน
2.disruptive technologies คือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ๆ มองว่าเรื่องของดิจิทัล และการเกิดบล็อกเชนเทคโนโลยี โดยการนำเทคโนโลยีมาเป็นโมเดลธุรกิจ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน 1.เรียกว่าวิวัฒนาการ โดยคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องการทำกำไร แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากตลาดทุน และตลาดธนาคาร รวมกันเป็นตลาดการเงิน แต่การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีมาเป็นตัวทดแทนการทำงานในระบบการเงินที่สามารถสร้างองค์ประกอบที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อทำให้เกิดการพัฒนาในระบบใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการมากขึ้น และ 2.เรื่องของการดิสรัปชั่นที่ต้องมีการพัฒนาเพื่อป้องกันสิ่งที่เป็นอุปสรรคในอนาคต
3. Environmental concern หรือความใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของโลก เรื่องการเงินที่จะต้องดูแลผู้ประกอบการ เชื่อว่าสิ่งที่โลกกำลังลดคาร์บอนลง เพื่อลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องของทุกคน แต่ SCBX มองถึงความเสี่ยงและโอกาสที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจากเรื่องนี้จะสร้างดีมานด์กับภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากเรื่องกระบวนการผลิตที่จะทำให้บริษัทขนาดกลางและเล็กจำเป็นต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับธุรกิจขนาดใหญ่ โดยจะต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาสนับสนุนให้เกิดขึ้นจริงได้
“SCBX จึงตั้งใจจะเป็นโกลบอลโซลูชั่นให้กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่จะจัดหาทั้งเรื่องระบบการเงิน ไปจนถึงเรื่องโซลูชั่นที่จะช่วยระบบการดำเนินการให้เกิดความตระหนักและทำให้เกิดการตอบรับให้เกิดขึ้นจริงในภาคธุรกิจ”นายอาทิตย์กล่าว
ทั้งนี้ SCBX ได้วางยุทธศาสตร์ไว้ 3 ช่วงโดยตั้งเป้าหมายไว้ 5 ปี คือช่วงที่ 1.จะเป็น 1-2 ปีนี้ จะเป็นช่วงเวลาการลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยมีการลงทุนเรื่องของคลาวด์ เอไอ ความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อดูแลธุรกิจในกลุ่มที่มีอยู่ใน SCBX 2.การลงทุนที่ผ่านมาจะสามารถนำมาใช้ต่อเพื่อขยายธุรกิจ และมีการเกิดขึ้นต่อในต่างประเทศ และ 3.เป็นเฟสที่ทำกำไรได้ โดยในปีที่ 5 ธุรกิจจะเป็นยูนิคอร์นที่เกิดขึ้นและมีความพร้อมในทุกด้านจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่วางไว้
“จากการเปลี่ยนองค์กรจากการเดินออกมาจากสิ่งที่เคยทำ ซึ่งความสมดุลที่จะเกิดขึ้นจากการเรียนรู้เรื่องใหม่จะต้องมีความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกสำหรับโอกาสที่ตะมากขึ้นในอนาคต”นายอาทิตย์กล่าว

