หน้าแรก เศรษฐกิจ กอบศักดิ์ ชี้...

กอบศักดิ์ ชี้ ศก.ไทยเสี่ยงร่วง ปี’66สาหัส แนะตุนเงินสำรอง ‘พิพัฒน์’ ยันลุยต่อดันเปิดผับตี 4

5.10.22 | 07:39 น.

กอบศักดิ์ ชี้ ศก.ไทยเสี่ยงร่วง ปี’66สาหัส แนะตุนเงินสำรอง ‘พิพัฒน์’ ยันลุยต่อดันเปิดผับตี 4 เดินหน้า 180 วันฟื้นประเทศด้วยท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ให้สัมภาษณ์วันที่ 4 ตุลาคม ว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนสิงหาคม 2565 มีการส่งออกมีมูลค่า 23,632 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 861,169 ล้านบาท ขยายตัว 20.4% (เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย ขยายตัว 10.1%) ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 27,848 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 21.3% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 1,026,654 ล้านบาท ขยายตัว 35.5% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนสิงหาคม 2565 ขาดดุล 4,215.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 165,485 ล้านบาท

นายชัยชาญกล่าวว่า ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทย 8 เดือนแรกปี 2565 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่า 196,446.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 11% และมีมูลค่าในรูปเงินบาท 6,635,446 ล้านบาท ขยายตัว 21.9% (เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย ขยายตัว 8.5%) ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 210,578.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 21.4% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 7,218,870 ล้านบาท ขยายตัว 33.4% ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยใน 8 เดือนแรกของปี 2565 ขาดดุลเท่ากับ 14,131.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 583,424 ล้านบาท

ลุ้นทั้งปีส่งออกขยายตัว8%

นายชัยชาญกล่าวว่า จากภาวะการส่งออกช่วง 8 เดือนแรกที่ขยายตัวได้กว่า 11% ส่วนช่วงอีก 4 เดือนที่เหลือ แม้การส่งออกจะไม่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเลย การส่งออกของปีนี้รวมแล้วก็ยังขยายตัวได้ถึง 7% แต่หากช่วง 4 เดือนที่เหลือสามารถส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 24,300 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้การส่งออกในปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8%

“แม้จะมีหลายปัจจัยลบมารุมเร้า แต่ด้วยเศรษฐกิจพื้นฐานที่ดีทำให้เชื่อว่าจะผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ จึงคิดว่าจะได้เห็นตัวเลขส่งออกโต 8% โดยมีสองปัจจัยสำคัญคือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีน รวมถึงการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ จะมีนโยบายเศรษฐกิจออกมากับเรื่องปัญหาขาดแคลนชิปคลี่คลาย” นายชัยชาญกล่าว

Advertisement

นายชัยชาญกล่าวว่า สำหรับกรณีเงินบาทอ่อนค่าคงไม่ช่วยให้ไทยได้เปรียบเรื่องการแข่งขัน เพราะค่าเงินในภูมิภาคอ่อนค่าเช่นกัน คาดว่าเงินบาทช่วงไตรมาส 4 จะอยู่ที่ระดับ 37.00-38.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่มีความเป็นไปได้ที่จะปรับตัวอ่อนค่าไปมากกว่านี้ ส่วนการส่งออกหมวดอาหารจะได้รับโอกาสจากวิกฤตอาหารโลก ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากการเติบโตภาคการผลิต และความต้องการสินค้ายังมีต่อเนื่อง ขณะที่สินค้าของไทยยังส่งออกขยายตัว เช่น เกษตรและอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยังส่งผลให้ภาพการส่งออกโดยรวมของไทยขยายตัวไปได้ดี

อ่าน

‘กอบศักดิ์’ห่วงศก.ไทยไม่พ้นเหว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวในงาน Thailand Economic Outlook 2023 หัวข้อ เศรษฐกิจไทย…ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจโลก ว่า จากการประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2566 สิ่งที่กังวลใจคือวิกฤตจะเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจจริงในเรื่องการส่งออก การผลิต การจ้างงานในบริษัทต่างๆ จะมีผลกระทบเกิดขึ้น

“หากมองเรื่องเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดขึ้นในโลกจะมาถึงประเทศไทยแน่ๆ ขณะนี้ผลกระทบมาถึงแล้ว หากดูตัวเลขการส่งออกเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 4% ซึ่งลดลงติดต่อกัน 3 เดือน ส่วนค่าเงินบาทอ่อนลง แต่สกุลเงินอื่นก็อ่อนเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และการส่งออกเริ่มมีปัญหาจากเศรษฐกิจคู่ค้ามีปัญหา และการบริโภคของคนไทยเริ่มลดลงหลังขยายตัวต่อเนื่อง เมื่อตัวเลขผู้บริโภคเริ่มไม่ขยับ การส่งออกเริ่มแผ่ว จะมีดีอย่างเดียวคือภาคการท่องเที่ยว ดังนั้นไทยต้องบริหารจัดการให้มากขึ้น เพราะความท้าทายเกิดขึ้นมาก และมีความเป็นไปได้ที่ไทยจะก้าวไม่พ้นเหว” นายกอบศักดิ์กล่าว

ลุ้นเม.ย.66ศก.ถดถอยหรือไม่

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐยังไม่จบง่าย และอาจไปได้ไกลกว่า 4% เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อสูงถึง 8% ยังคงไม่สมน้ำสมเนื้อ จึงคาดว่าดอกเบี้ยจะสูงถึง 5% เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันการปรับดอกเบี้ยในประเทศไทย ปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ประเทศอื่นต้องขึ้นถึง 4-5% แต่ไทยรวมๆ แล้วอาจขึ้นถึง 1% กว่าๆ เหลือการประชุม กนง.อีก 1 ครั้งในปีนี้ คาดว่าจะขึ้นอีก 0.25% และในปี 2566 คาดว่าจะขึ้นอีก 2 ครั้ง เมื่อถึงจุดนั้นในเดือนเมษายน 2566 ก็น่าจะรู้ว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่สภาวะถดถอยหรือไม่

“ถ้าวิกฤตจะมาเร็วต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2566 ไทยจะต้องไม่ทำตัวเป็นเหยื่อ จะต้องมีเงินสำรองเพียงพอ อาจต้องใช้เงินจำนวนมาก และค่าเงินบาทโดยรวมถ้าอ่อนยังพอช่วยเกษตรกร ผู้ส่งออก และภาคการท่องเที่ยวได้ อาจต้องนำเงินมาช่วยภาคการท่องเที่ยวเรื่องการโปรโมตให้มากขึ้น” นายกอบศักดิ์กล่าว

‘พิพัฒน์’ยันลุยต่อดันเปิดผับตี4

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า แนวคิดขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. ยังขับเคลื่อนต่อไป แม้ ศบค.จะยุบไปแล้วก็ตาม อีกทั้งยังเดินหน้าแผน 180 วัน ฟื้นประเทศด้วยท่องเที่ยว จัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว 300 บาท พังงาโลว์คาร์บอนเดสติเนชั่น ศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ และมีเดียแซนด์บ็อกซ์ รวมถึงการเพิ่มศักยภาพการเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ส่วนด้านนโยบายระยะยาวจะปรับโครงสร้างภาคการท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่า เพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคนต่อหัวต่อทริปของนักท่องเที่ยวมากกว่าเน้นที่ปริมาณ และให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระจายรายได้ไปยังภูมิภาคต่างๆ

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ส่วนงบประมาณที่จะขอเพิ่ม 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นบูสเตอร์ช็อตภาคการท่องเที่ยวช่วง 3 เดือนสุดท้ายปี 2565 (ตุลาคม-ธันวาคม) ทั้งตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และตลาดในประเทศ เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยและผู้ประกอบการภายในประเทศฟื้นตัวไปด้วยกัน โดยจะนำแผนของบประมาณดังกล่าวเสนอผ่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.)