‘ศักดิ์สยาม’​ สั่งเจ้าท่า นำเรือ-รถ พร้อมเจ้าหน้าที่ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยโนรู

5.10.22 | 11:06 น.
ภาพโดย กรมเจ้าท่า

‘ศักดิ์สยาม’​ สั่งเจ้าท่า นำเรือ-รถ พร้อมเจ้าหน้าที่ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยโนรู

รายงานข่าวจากกรมเจ้าท่าระบุว่า ตามที่รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจากพายุโนรูในหลายพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันได้ลดระดับเป็นพายุดีเปรสชั่นพัดเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2565 กระทรวงคมนาคม โดย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมเจ้าท่า ดำเนินการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

รายงานข่าวระบุอีกว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา กรมได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยตั้งศูนย์อำนวยการ 20 จุด จัดเจ้าหน้าที่ 170 นาย เรือพระราชทาน 20 ลำ เรือท้องแบน 7 ลำ เรือตรวจการณ์ 21 ลำ รถ 43 คัน บรรจุกระสอบทราย 7,100 ถุง แจกน้ำดื่ม 2,902 ขวด เนื่องจากยังคงมีฝน ตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ดังนี้

รายงานข่าวระบุว่า 1.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 ประกอบด้วย สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงใหม่ นครสวรรค์เชียงราย พิษณุโลก แพร่ โดยสาขาเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 7 ร่วมประชุมวางแผนการปฏิบัติงานและเข้าร่วมสนับสนุนกับหน่วยงานในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือประชาชนเชียงใหม่ นำทรายมาลงให้กับทางศูนย์ช่วยเหลือที่จังหวัด โดยนำเครื่องจักรรถยก 6 ล้อ เรือพระราชทานจำนวน 2 ลำ เพื่อเตรียมการตามภารกิจในการช่วยเหลือ ดำเนินการขนทรายบรรจุกระสอบสร้างแนวป้องกันให้กับพี่น้องประชาชน และได้เข้าไปในพื้นที่บริเวณหมู่บ้านเวียงทอง จังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนเรือ ช่วยแจกอาหาร น้ำดื่ม

รายงานข่าวระบุอีกว่า สาขาเชียงราย ลงพื้นที่จังหวัดพะเยา อ.ดอกคำใต้ และ อ.ภูกามยาว มอบกระสอบสำหรับบรรจุทราย จำนวน 1,500 ใบ น้ำดื่ม จำนวน 552 ขวด และลงพื้นที่ตำบลศรีดอนชัย อ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย มอบกระสอบบรรจุทราย จำนวน 500 ใบ และน้ำดื่ม จำนวน 480 ขวด และได้แนะนำการแก้ไขปัญหาให้กับท้องถิ่น โดยการขุดลอกรักษาสภาพลำน้ำ เพื่อขยายร่องน้ำ เป็นการเพิ่มพื้นที่รับน้ำในอนาคตด้วย และสาขานครสวรรค์ลงพื้นที่ ตำบลหาดทนง และ ตำบลเกาะเทโพ จังหวัดอุทัยธานี แจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบท จำนวน 120 ขวด

รายงานข่าวระบุอีกว่า 2.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 ประกอบด้วย สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี นนทบุรี สาขาอยุธยา รถยนต์ 3 คัน เรือจำนวน 4 ลำ ในการเดินทางให้กับประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เฝ้าระวัง จำนวน 16 นาย ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ไหลผ่าน C13 ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 2,681 ล้านลูกบาศก์เมตร​ (ลบ.ม.)​ ต่อวินาทีเมื่อวาน 2,643 ลบ.ม.ต่อวินาทีปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้น 38 ลบ.ม.ต่อวินาทีระดับน้ำที่ C35 บ้านป้อม พระนครศรีอยุธยา ระดับตลิ่ง 4.35 เมตร (ม.)​ ระดับน้ำ 5.53 ม. เมื่อวาน 5.46 ม. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 7 เซนติเมตร (ซม.)​ ระดับน้ำที่สถานี S.26 (เขื่อนพระรามหก) อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบาย 906 ลบ.ม.ต่อวินาทีระดับตลิ่ง 8 ม. ระดับน้ำ 8.99 ม. เมื่อวาน 8.47 ม. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 52 ซม. สถานี S.5 (สะพานปรีดี-ธำรง) อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับตลิ่ง 4.70 ม. ระดับน้ำ 4.62 ม. เมื่อวาน 4.44 ม. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 18 ซม. สถานการณ์น้ำโดยรวม ระดับน้ำและปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

รายงานข่าวระบุอีกว่า สาขาสุพรรณบุรีรถยนต์ 3 คัน เรือ 1 ลำ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เฝ้าระวัง 8 นาย ปริมาณน้ำไหลผ่านของเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,681 ลบ.ม.ต่อวินาทีปริมาณน้ำเหนือเขื่อน 17.30 ม. ปริมาณน้ำท้ายเขื่อน 16.32 ม. และปริมาณน้ำไหลผ่านที่ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ระบายน้ำที่ 237.01 ลบ.ม.ต่อวินาทีเหนือประตูน้ำโพธิ์พระยา 6.31 ม. ท้ายประตูน้ำโพธิ์พระยา 5.80 ม. ทำให้ น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนในบางพื้นที่ อำเภอเมือง อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีสถานการณ์น้ำโดยรวม ระดับน้ำและปริมาณน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายงานข่าวระบุอีกว่า สาขาลพบุรีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เฝ้าระวัง 5 นาย รถ 3 คัน เรือ 1 ลำ สำหรับปริมาณน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 1,768 ลบ.ม.ต่อวินาที เพิ่มขึ้น 398 ลบ.ม.ต่อวินาที ระบายน้ำออก 600.64 ลบ.ม.ต่อวินาที-เท่าเดิม ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 946 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 100 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 98.54 % ของความจุฯ

รายงานข่าวระบุอีกว่า 3.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 7 ประกอบด้วย สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาขอนแก่น หนองคาย อุบลราชธานี นครราชสีมา นครพนม โดยบูรณาการสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 8 เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สาขานครราชสีมา ได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะ ลงพื้นที่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมชุมชนบ้านอ้อ ต.กำปัง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา โดยรับส่งประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 25 คน 3 เที่ยวเรือ และขนย้ายสิ่งของ 3 ครัวเรือน และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคาย ร่วมกับ มทบ.28 และ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดเลย จัดเตรียมเครื่องอุปโภค-บริโภค และกรอกถุงทรายเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเลย

รายงานข่าวระบุอีกว่า สาขาหนองคาย จัดเจ้าหน้าที่ 4 นาย พร้อมรถยนต์ 2 คัน เรือ 2 ลำ ร่วมกับ มทบ.28 และ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดเลย จัดเตรียมเครื่องอุปโภค-บริโภค และกรอกถุงทรายเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเลย สาขาขอนแก่น เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่บ้านพรหมนิมิต ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวน 10 คน เที่ยวเรือ 5 เที่ยว และสาขาอุบลราชธานี บูรณาการกับจังหวัดอุบลราชธานี ปภ. และเทศบาลเมืองวารินชำราบ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.วารินชำราบ 3 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนท่าบ้งมั่ง ชุมชนดีงาม อ.วารินชำราบ และชุมชนบัวชมพูรีสอร์ท บ้านทุ่งบูรพา หมู่ที่ 10ต.แจระแม อ.เมือง จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 10 เที่ยว รวม 55 คน 10 ครัวเรือน และแจกจ่ายน้ำดื่มจำนวน 50 แพ็ค และสาขานครพนม จัดเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ และจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ พยากรณ์อากาศ รับข่าวสาร

รายงานข่าวระบุอีกว่า 4.สำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำ สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 1 (อยุธยา) ปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา นำกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จังหวัดชัยนาท เฝ้าระวังพนังกั้นน้ำ ที่ ต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี นำรถขุดตักดินป้องกันคันดินน้ำท่วมลำสนธิ ต.หนองรี อ.ลำสนธิ จังหวัดลพบุรี นำเรือ
ท้องแบนช่วยเหลือชาวบ้านบริเวณวัดตะกู อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และสนับสนุนทีมกู้ภัยพุทธสวรรค์ เขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่บรรจุกระสอบทราย บริเวณอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รายงานข่าวระบุอีกว่า สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 2 (นครสวรรค์) ปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 และป้องกันภัยจังหวัด และมูลนิธิร่มไทร ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และนครสวรรค์ สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 5 (ตรัง) เตรียมความพร้อมเรือท้องแบนและเรือพระราชทานเฝ้าระวัง ในพื้นที่ อำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 7 (เชียงใหม่) รถบรรทุก 6 ล้อ ขนส่งวัสดุ เครื่องอุปโภค-บริโภค โดยปฏิบัติงานร่วมกับเทศบาลเมืองเชียงใหม่และป้องกันภัยจังหวัด สนับสนุนรถขุดในการรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำ และซ่อมพนังดินกั้นน้ำ บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง และองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

รายงานข่าวระบุอีกว่า สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 8 (ขอนแก่น) สนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 7 เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย และขนย้ายสิ่งของบริเวณวงเวียนน้ำพุฝั่ง อ.เมือง และ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จำนวน 3 เที่ยว จำนวน 30 คน สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 3-4 และ 6 เตรียมพร้อมเรือพระราชทาน พร้อมรถบรรทุก เพื่อเข้าปฏิบัติงานร่วมกับ จภ.4 และ จภ.5 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

นอกจากนี้ กรมได้เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่และเตรียมพร้อมกำลังคน ยานพาหนะ บูรณาการร่วมกับจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ และจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ พยากรณ์อากาศ รับข่าวสาร และสามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 ตลอด 24 ชั่วโมง