กทพ. เปิดฟังความคิดเห็นเอกชนรอบ 2 ประมูล ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง 1.4 หมื่นล. ลุยขายซอง พ.ย.นี้
รายงานข่าวจาก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระบุว่า ได้ออกประกาศเชิญชวนนักลงทุน ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน ร่วมให้ความเห็นเพื่อประกอบการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน โครงการทางพิเศษ (ด่วน) สายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต ครั้งที่ 2 โดยสามารถดาวน์โหลดเอกสารการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนฯ ได้ที่ www.exat.co.th จนถึงวันที่ 9 ตุลาคมนี้ และสามารถจัดส่งความคิดเห็นได้ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ของ กทพ. [email protected] ตั้งแต่วันที่ 10-12 ตุลาคม 2565 พร้อมกันนี้จะจัดรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion Hearing) ในรูปแบบออนไซต์ช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ด้วย
รายงานข่าวระบุอีกว่า ส่วนสาเหตุที่ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นครั้งที่ 2 นั้น เนื่องจากการรับฟังฯ ในครั้งแรกมีบางประเด็นที่คณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ. และคณะกรรมการมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความคิดเห็นที่มีนัยยะสำคัญที่ กทพ. ควรนำมาทบทวนร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน อาทิ คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าร่วมยื่นข้อเสนอ ซึ่งได้เปิดกว้างมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้มีผู้ยื่นข้อเสนอมากราย รวมทั้งได้อัพเดทข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนมากขึ้น เป็นต้น
รายงานข่าวระบุอีกว่า ขณะเดียวกัน การเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกครั้ง นั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินงานในภาพรวม ยังคงเป้าหมายเดิมที่จะเริ่มก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน 2566 และเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 2570 อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน และจำหน่ายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (อาร์เอฟพี) ได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2565 จากนั้นจะเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอประมาณเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม 2566 ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ และลงนามสัญญา ประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม 2566
รายงานข่าวระบุอีกว่า กทพ. จะเร่งรัดการดำเนินงานทุกขั้นตอน ตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการตามแผน อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดด้วย ทั้งนี้ทางด่วนสายกะทู้-ป่าตอง วงเงิน 1.46 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 5,792 ล้านบาท และค่าก่อสร้าง รวมค่าควบคุมงาน 8,878 ล้านบาท เป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) รูปแบบรัฐรับผิดชอบค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน เอกชนรับผิดชอบงานส่วนที่เหลือทั้งหมด ได้แก่ การก่อสร้าง และการดำเนินงานและบำรุงรักษา (โอแอนด์เอ็ม) และได้รับเงินค่าผ่านทางทั้งหมด ระยะเวลาสัญญา 35 ปี รวมงานก่อสร้างด้วย
รายงานข่าวระบุว่า สำหรับทางด่วนสายนี้เป็นทางยกระดับ มีอุโมงค์อยู่ช่วงกลางของแนวสายทาง มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมกับถนนพระเมตตา ในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง (รถยนต์ 2 ช่องจราจร และรถจักรยานยนต์ 2 ช่องจราจร) ยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ จนถึงเขานาคเกิด ระยะทาง 0.9 กิโลเมตร (กม.) แล้วจึงเป็นอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด ระยะทาง 1.85 กม. หลังจากผ่านช่วงภูเขาจึงเป็นทางยกระดับ ระยะทาง 1.23 กม. จนถึงสิ้นสุดโครงการในพื้นที่ จ.กะทู้ บริเวณจุดตัดกับ ทล.4029 มีด่านเก็บค่าผ่านทางอยู่บริเวณด้านกะทู้ 1 ด่าน เก็บค่าผ่านทาง 2 ทิศทาง มีทางขึ้น-ลง 2 จุด ได้แก่ บริเวณจุดเริ่มต้นโครงการ (ด้านป่าตอง) และบริเวณจุดสิ้นสุดโครงการ (ด้านกะทู้)

