จท. ติดตามสถานการณ์น้ำในเจ้าพระยา สั่งระดมกำลัง-ดูแลช่วยเหลือ ปชช.
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 หลังจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุโนรู ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดอุทกภัยและมีน้ำท่วมขัง โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานของกรมเจ้าท่า (จท.) ระดมสรรพกำลังลงพื้นที่และดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมเรือตรวจการณ์เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่สัญจรทางน้ำ และรับ-ส่งประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้การสัญจรทางน้ำ กรณีเรือโดยสารเกิดผลกระทบไม่สามารถให้บริการได้ จนกว่าสถานการณ์น้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมทั้งสั่งการให้สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ (จท.) จัดทำแผนการปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยในภาวะฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน พร้อมกำหนดมาตรการเข้มด้านความปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำ โดยให้ควบคุมความเร็วในการเดินเรือในช่วงระดับน้ำขึ้นสูง (เดินเรือกลางน้ำ ช้า และเบา) ให้ผู้ควบคุมเรือ เพิ่มความระมัดระวังในการเทียบท่ารับ-ส่งผู้โดยสาร ให้เจ้าหน้าที่ประจำท่าและผู้ควบคุมท่าเรืออำนวยความสะดวกในการขึ้น-ลงเรือของผู้โดยสาร และตรวจความพร้อมก่อนเรือออกจากท่าทุกครั้ง
นายสรพงศ์ กล่าวว่า จากการได้ลงพื้นที่ท่าเรือสาทรเพื่อติดตามมาตรการความปลอดภัยบริเวณท่าเรือ พร้อมทั้งสั่งการให้มีหน่วยรับแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยทางน้ำภายในท่าเรือ และลงพื้นที่ท่าเรือราชินีเพื่อเร่งติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงพัฒนาท่าเรือ ให้พร้อมบริการประชาชน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ก่อนช่วงเทศกาลลอยกระทงที่กำลังจะมาถึงและพร้อมสำหรับพิธีเปิดท่าเรือที่เตรียมจะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 ซึ่งท่าเรือราชินีถือเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่เมืองและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ มีผู้โดยสารใช้บริการผ่านท่าเรือเป็นจำนวนมาก ทั้งนักเรียน ประชาชน นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ และยังเป็นจุดเชื่อมต่อระบบขนส่ง ล้อ – ราง – เรือ ที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือ MRT บริเวณสถานีสนามไชย สำหรับการปรับปรุงพัฒนาท่าเรือราชินีมีแนวคิดการออกแบบเน้นความสวยงามและมีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ให้เป็นท่าเรือที่สวยที่สุดในแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ช่วยให้เกิดความสะดวกและปลอดภัย โดย จท. ได้ดำเนินการพัฒนาปรับปรุงก่อสร้าง ดังนี้
1. ก่อสร้างอาคารพักผู้โดยสาร 2 ชั้น พื้นที่ 1,277 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่ดาดฟ้าหลังคา ให้เป็นลานกิจกรรมใช้ประโยชน์เป็นจุดชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมตกแต่งภายในบริเวณอาคารพักคอยเน้นความเป็นไทย มีระบบควบคุมและการให้บริการที่ทันสมัย
2. ก่อสร้างทางเดินเชื่อมท่าเรือกับพื้นที่บนฝั่งจุดเชื่อมต่อทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าสนามไชย พร้อมซุ้มประตูทางเข้าท่าเรือให้มีความเป็นเอกลักษณ์
3. ก่อสร้างโป๊ะเทียบเรือ ขนาด 9×24 เมตร พร้อมสะพานปรับระดับขึ้นลงโป๊ะเทียบเรือ จำนวน 1 โป๊ะ
ภายหลังปรับปรุงแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,900 คน/วัน ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 95 พร้อมเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้






